เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีที่นายทุนลักลอบบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ บริเวณหมู่ 3 บ้านเขาพัง ต.ห้วยทับมอญ อ.เขาชะเมา จ.ระยอง โดยพบว่ามีการนำเครื่องจักรขนาดใหญ่ เข้ามาแผ้วถางและโค่นต้นไม้ยางพารา รวมถึงไม้เบญจพรรณ บนพื้นที่กว่า 37 ไร่ จนทำให้บริเวณภูเขาดังกล่าวกลายเป็นสภาพเขาหัวโล้น ซึ่งพื้นที่นี้เดิมทีเป็นที่ดินที่ นางหมวย ผู้ครอบครองได้ยื่นเสียภาษีดอกหญ้ามาเป็นเวลานาน แต่ไม่ใช่คนในพื้นที่ และมีการนำไม้ที่โค่นออกมาจากพื้นที่โดยผิดกฎหมาย

เหลือแต่ตอ! ลอบโค่น 40 ไร่ป่าสงวน หดหู่ ‘เขาชะเมา’ กลายเป็นเขาหัวโล้น

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณซอยเขาพัง-เขาขาด พบสัญญาณชัดเจนของการตัดไม้ และเตรียมพื้นที่เพื่อปลูกทุเรียน มีการขุดบ่อน้ำขนาดใหญ่ และปักไม้เพื่อแบ่งแนวเขตพื้นที่อย่างเป็นระบบ แสดงให้เห็นถึงการวางแผนจัดสรรพื้นที่เพื่อการเกษตรขนาดใหญ่ในอนาคต ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายในพื้นที่ป่าสงวน

นายบุญธรรม จันทรา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ได้เปิดเผยว่า พื้นที่ดังกล่าวตั้งอยู่บริเวณด้านหลังอ่างเก็บน้ำของหมู่บ้าน ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมี เจ้าหน้าที่ป่าไม้ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและ สส. ในพื้นที่ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบแล้ว และได้มีการอายัดพื้นที่บางส่วนให้เป็นของรัฐ พร้อมกันแนวเขตเพื่อป้องกันการบุกรุกเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม การบุกรุกยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง

ในส่วนของพื้นที่บริเวณตีนเขาขาดด้านในสุด ที่มีการแผ้วถางไม้ยางเพื่อปลูกทุเรียนและขุดบ่อน้ำขนาดใหญ่นั้น พบว่าเป็นที่ดินที่ นายฤทธิ์ ครอบครองอยู่ โดยอ้างอิงเอกสารสิทธิ สทก. (สิทธิทำกิน) ที่อนุญาตให้ทำกินในพื้นที่ป่าสงวนที่ปรับปรุงแล้ว แต่เอกสารสิทธิดังกล่าวไม่สามารถซื้อขาย โอนสิทธิ หรือออกโฉนดได้ ยกเว้นการตกทอดเป็นมรดกให้แก่ลูกหลานเพื่อทำเกษตรเท่านั้น ปัจจุบันนายฤทธิ์ อยู่ระหว่างการขอสิทธิตามโครงการ คทช. (คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ) แต่ยังไม่แล้วเสร็จ จึงยังไม่มีสิทธิในการตัดไม้หรือแผ้วถางโดยพลการ

เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ระบุว่า กำลังเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีที่นายฤทธิ์ สามารถเข้าดำเนินการในพื้นที่ได้ รวมถึงการลักลอบตัดไม้เถื่อนของนายทุน ที่อาจมีการกระทำผิดตามกฎหมายป่าไม้ โดยจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด และอายัดพื้นที่ทั้งหมดกลับมาเป็นของรัฐ

สำหรับพื้นที่ส่วนใหญ่ในอำเภอเขาชะเมา ยังคงเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และเปิดให้ชาวบ้านที่มีคุณสมบัติเข้ายื่นขอทำกินในระบบ คทช. โดยผ่านการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้ และการรังวัดโดยกรมที่ดินอย่างถูกต้องเท่านั้น เจ้าหน้าที่จึงขอเตือนว่า การแผ้วถางตัดไม้ในพื้นที่ป่าสงวนโดยไม่ได้รับอนุญาต ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย และจะดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทุกรายอย่างถึงที่สุด