เมื่อวันที่ 2 ก.ค. นายสนธิญา สวัสดี เข้ายื่นหนังสือที่สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย เพื่อขอความเป็นธรรมให้กับ น.ส.มีนา แอร์โฮสเตส ที่ถูกจับกุมในประเทศออสเตรเลียในคดีขนยาเสพติด โดยมีตัวแทนสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย มารับหนังสือ
โดย นายสนธิญา เปิดเผยว่า ได้ติดตามความคืบหน้าคดีของ น.ส.มีนา แอร์โฮสเตสสาว ที่ถูกจับกุมในประเทศออสเตรเลีย หลังพบยาเสพติด “เฮโรอีน” น้ำหนัก 1.8 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทาง โดยระบุว่า จากการติดตามข้อมูลการสืบสวนของหน่วยงานต่างๆของไทย ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา พบข้อมูลค่อนข้างชัดเจนว่า น.ส.มีนา ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติด ไม่ได้เป็นผู้จำหน่าย ผู้ค้า หรือเป็นเครือข่ายของผู้กระทำผิด

การออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้ทำในฐานะประชาชนคนไทย และในฐานะอดีตที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร จึงได้ทำหนังสือ เพื่อขอความเป็นธรรมให้กับมีนา ซึ่งเชื่อว่าตกเป็นเครื่องมือของเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ พร้อมยืนยันว่าไม่เคยรู้จักหรือพบหน้ามีนามาก่อน แต่ต้องการช่วยเหลือในฐานะคนไทยด้วยกัน
เชื่อว่าภายใน 4-5 วันข้างหน้า เจ้าหน้าที่ออสเตรเลียจะสามารถจับกุมผู้รับยาเสพติดปลายทางได้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ไทยจะสามารถขยายผลไปถึงผู้ส่งยาเสพติดได้เช่นกัน พร้อมระบุว่า จากการตรวจสอบประวัติและเส้นทางการเงินของมีนา พบว่าเป็นนักเรียนกู้ยืม กยศ. ส่งเงินเลี้ยงดูมารดาเป็นประจำ และผลการตรวจสอบยังไม่พบความเชื่อมโยงกับขบวนการค้ายาเสพติด รวมถึงไม่มีหลักฐานว่ารับรู้ว่ากระเป๋าเดินทาง 2 ใบ จากทั้งหมด 12 ใบ มียาเสพติดซุกซ่อนอยู่ภายใน

การอ้างว่าไม่รู้ว่ามียาเสพติด ไม่สามารถใช้เป็นเหตุให้พ้นความผิดได้ แต่ย้ำว่า หัวใจสำคัญของคดีอาญาทั้งในประเทศไทย ออสเตรเลีย และหลายประเทศ คือการพิสูจน์เรื่อง “เจตนา” หากสามารถพิสูจน์ได้ว่ามีนาไม่มีเจตนาขนยาเสพติด ก็อาจเป็นเหตุให้ได้รับการพิจารณาโทษที่เบาลง หรือได้รับการยกเว้นความผิด ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล
นายสนธิญา ยังเรียกร้องให้รัฐบาลไทยเร่งประสานความร่วมมือกับรัฐบาลออสเตรเลีย จัดหาทีมกฎหมายและนำข้อมูลจากการสืบสวนของไทยไปประกอบการต่อสู้คดี เพื่อให้ศาลออสเตรเลียใช้ประกอบการพิจารณาอย่างเป็นธรรม
สำหรับแนวทางการต่อสู้คดี นายสนธิญา มองว่า ประเด็นสำคัญที่สุดคือการที่ตำรวจไทยและออสเตรเลียร่วมกันพิสูจน์ให้ได้ว่า มีนาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อขายยาเสพติด และไม่รู้ว่ามียาเสพติดอยู่ในกระเป๋า หากพิสูจน์ได้ ก็อาจทำให้พ้นจากข้อกล่าวหา
ส่วนกรณีที่คดีมีกำหนดพิจารณาในวันที่ 14 ก.ย. นายสนธิญา เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ทั้งสองประเทศจะสามารถสืบสวนหาตัวผู้ส่งและผู้รับยาเสพติดได้ทันเวลา พร้อมยอมรับว่า แม้มีนาจะทำผิดระเบียบด้านการบินจากการรับฝากสัมภาระ แต่เห็นว่าการกระทำดังกล่าวเกิดจากความจำเป็นในการหารายได้เลี้ยงดูครอบครัว จึงขอให้ทุกฝ่ายพิจารณาคดีด้วยความเป็นธรรม.



