เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เป็นประธานการประชุมกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตราด ณ ห้องประชุมพลอยแดง ศาลากลางจังหวัดตราด เพื่อเตรียมพร้อมการพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง โดยมีคณะกรรมการฯ และหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

นายณัฐพงษ์ เปิดเผยว่า ภายหลังเหตุการณ์ปะทะระหว่างทหารไทยและทหารกัมพูชา บริเวณชายแดนช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 28 พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้ด่านชายแดนไทย-กัมพูชา และพื้นที่อื่น ๆ ต้องเพิ่มมาตรการป้องกันและระมัดระวังเหตุลุกลาม ดังนั้น เพื่อติดตามสถานการณ์และเตรียมความพร้อมการพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลังของจังหวัดตราด ในกรณีที่สถานการณ์มีความรุนแรง ทางจังหวัดจึงได้จัดประชุมครั้งนี้ขึ้น

ที่ประชุมได้มีการนำเสนอสถานการณ์ตามแนวชายแดนและการเตรียมความพร้อมในพื้นที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะแผนการอพยพประชาชนตามแนวชายแดนไปยังพื้นที่ปลอดภัย 3 จุด ซึ่งจากการสำรวจพบว่ามี 3 อำเภอ (เมืองตราด, บ่อไร่, คลองใหญ่) รวม 25 หมู่บ้าน ที่มีความเสี่ยงหากอยู่ในภาวะสงคราม โดยทั้ง 25 หมู่บ้าน มีหลุมหลบภัยรวม 27 หลุม สามารถรองรับประชาชนได้อย่างน้อย 1,500 คน

นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดตราดยังได้เน้นย้ำถึงเรื่องข้อมูลข่าวสารบนโลกออนไลน์ โดยให้สื่อสารและทำความเข้าใจที่ถูกต้องกับประชาชนในพื้นที่ เพื่อป้องกันข่าวปลอม และหากพบข่าวปลอม ให้เร่งชี้แจงความถูกต้องอย่างรวดเร็ว เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด

ขณะเดียวกัน ผู้แทนจากหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด ได้รายงานถึงความพร้อมของกำลังพลในพื้นที่ว่า ทหารมีความพร้อม 100% ตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ระยะทาง 165 กิโลเมตร ส่วนทางทะเล ทหารเรือก็มีความพร้อมในการรับมือสถานการณ์เช่นกัน เนื่องจากฝั่งจังหวัดเกาะกง ประเทศกัมพูชา มีการซ้อมยิง BM-21 (เครื่องยิงจรวดหลายลำกล้อง) ขณะเดียวกัน ผู้ว่าราชการจังหวัดเกาะกง ยังได้โพสต์เฟซบุ๊กสนับสนุนรัฐบาลกัมพูชา ในกรณีช่องบกอีกด้วย

การประชุมครั้งนี้ ยังได้ร่วมกันพิจารณาคำสั่งจัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจการพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลังจังหวัดตราด ปี 2568 และแผนปฏิบัติการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในภาวะไม่ปกติ (การพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง) จังหวัดตราด พ.ศ. 2568 อีกด้วย