เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.การต่างประเทศ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการนัดเจรจาด้านการค้าและภาษีระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกา ว่า จากการที่ตนได้พบกับกับนายเจมีสัน กรีเออร์ (Jamieson Greer) เอกอัครราชทูตและผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา ระหว่างการประชุมคณะมนตรีระดับรัฐมนตรีขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) ที่ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งผู้แทนการค้าของสหรัฐ ได้แสดงความพร้อมที่จะเจรจากับประเทศไทย จากนั้น ตนได้ประสานไปยังสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา และสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย ซึ่งทั้ง 2 สถานทูต ได้ประสานงานกันอย่างใกล้ชิด ต่อมาเมื่อคืนวันที่ 5 มิ.ย. ที่ผ่านมา ตนได้รับรายงานด่วนจากนายสุริยา จินดาวงษ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน ว่ารัฐบาลสหรัฐ ได้แจ้งว่ามีความพร้อมจะเจรจากับประเทศไทย โดยขอให้มีการนัดหมายโดยเร็ว ระหว่างผู้แทนของไทยกับสหรัฐ ซึ่งผู้แทนฝ่ายไทยคือ นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง

นายมาริษ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ตนเร่งประสานงานกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน และสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐ เพื่อนัดหมายการเจรจาเร็วที่สุด เพื่อให้นายพิชัย ไปพบกับหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบเรื่องการเจรจาภาษีการค้าสหรัฐ ประกอบด้วย นายสก็อตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) รมว.คลังสหรัฐอเมริกา นายโฮเวิร์ด ลุตนิค (Howard Lutnick) รมว.พาณิชย์สหรัฐ และนายเจมีสัน กรีเออร์ ( Jamieson Greer) เอกอัครราชทูตและผู้แทนการค้าสหรัฐ เพื่อยืนยันมาตรการข้อเสนอของฝ่ายไทยที่ รมว.คลังสหรัฐ และผู้แทนการค้าสหรัฐ ระบุว่ามีความน่าสนใจ ทั้งนี้ การเจรจานี้จะเป็นการพูดคุยกับฝ่ายสหรัฐ ทีละหน่วยงาน หากสามารถนัดหมายกับหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งของสหรัฐได้ ก็จะคุยกับหน่วยงานนั้นก่อนให้เกิดความรวดเร็ว
เมื่อถามว่าฝ่ายสหรัฐกำหนดกรอบเวลากว้างๆ มาด้วยหรือไม่ว่าควรจะเจรจาช่วงไหน นายมาริษ กล่าวว่า ยังไม่ได้พูดถึงขนาดนั้น แต่เราอยากให้มีการเจรจาเร็วที่สุด ซึ่งการพูดคุยต้องพูดคุยหลายหน่วยงาน ฉะนั้นต้องดูอีกครั้ง เนื่องจากมีหลายประเทศที่ต้องการเจรจากับสหรัฐ จำนวนมาก โดยตอนนี้สหรัฐมีความพร้อมที่จะเจรจากับประเทศไทย



