เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีที่มีการแชร์คลิปวิดีโออย่างแพร่หลายบนโลกออนไลน์ แสดงให้เห็นภาพทหารกัมพูชากำลังขุดสนามเพลาะ (คูเลต) พร้อมกับสร้างบังเกอร์ ใกล้ชายแดนกัมพูชา-ไทย ติดกับจังหวัดสระแก้ว ซึ่งหลายฝ่ายพยายามตรวจสอบว่า ภาพดังกล่าวเป็นการขุดในพื้นที่ใดของจังหวัดสระแก้ว และเป็นภาพเก่าหรือภาพจากพื้นที่อื่นหรือไม่

ทั้งนี้ ในช่วงเวลา 17.30 น. ของวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา เพจ Army Military Force ได้รายงานข่าวด่วนกรณีดังกล่าวว่า ทหารกัมพูชากำลังระดมพลขุดสนามเพลาะ (คูเลต) พร้อมสร้างบังเกอร์ ในบริเวณชายแดนด้านจังหวัดสระแก้วแล้ว พร้อมกับแนบคลิปประกอบการรายงานข่าวทำให้เกิดความกังวลในหมู่ประชาชนและหน่วยงานความมั่นคงของไทย
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวตรวจสอบกรณีดังกล่าวไปยังหน่วยข่าวของกองทัพและกองกำลังป้องกันชายแดนจังหวัดสระแก้ว ซึ่งได้รับการยืนยันว่า ทหารกัมพูชา มีการระดมพลขุดสนามเพลาะ (คูเลต) พร้อมสร้างบังเกอร์จริง โดยดำเนินการในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณหน้าแนว อ.ตาพระยา และ อ.โคกสูง รวมถึงมีการปรับปรุงหลุมบังเกอร์ตามปกติด้วย

การดำเนินการดังกล่าวได้ทำให้กองกำลังป้องกันชายแดนจังหวัดสระแก้ว ซึ่งดูแลพื้นที่ดังกล่าว ประกอบด้วย ชุดเฉพาะกิจตาพระยา, ชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12, ชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 13 และกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 12 ซึ่งสลับพื้นที่กันดูแลแต่ละจุดตลอดแนวชายแดน ได้เตรียมความพร้อมตามแนวชายแดนตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับมือกับสถานการณ์และป้องกันการรุกล้ำอธิปไตยของไทย
อย่างไรก็ตาม สำหรับพื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว เคยเกิดการกระทบกระทั่งกันระหว่างทหารไทยและกัมพูชามาแล้วครั้งล่าสุด เมื่อช่วงวันที่ 20 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา บริเวณพื้นที่ชายแดน บ้านคลองแผง ต.ทัพเสด็จ อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ตรงข้ามกับบ้านบันเตียเมียนริด ต.โคกละเมียด อ.ทมอพวก จ.บันเตียเมียนเจย

โดยทหารหน่วยเฉพาะกิจตาพระยา หรือ ฉก.ตาพระยา สังกัดกองกำลังบูรพา ได้ทำการลาดตระเวนพบทหารกัมพูชาเข้าไปผูกเปลและสร้างเพิงพักอยู่ท้ายแปลงการเกษตร ในบริเวณพื้นที่ที่ทั้งสองฝ่ายมีข้อตกลงร่วมกันไว้ห้ามเข้าไปใช้ประโยชน์ ตามข้อตกลง MOU 43 ใกล้หลักเขตแดนที่ 36
เหตุการณ์ในครั้งนั้น หน่วย ฉก.ตาพระยา ได้เข้าไปพูดคุยทักท้วงบริเวณจุดตรวจการณ์ โดยขอความร่วมมือไม่ให้เข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าวอีก และให้รื้อถอนออกไป แต่ปรากฏว่า ทหารฝั่งกัมพูชามีการพูดคุยเสียงดังและชี้หน้า ทำให้ทหารไทยตอบโต้กลับไปว่า “อย่าชี้หน้า” พร้อมแจ้งว่า “ให้บอกกับทหารนายนั้นไปว่า อย่าชี้หน้า คุยกันดี ๆ เรื่องนี้ไม่ได้เป็นการรุกราน พวกคุณรุกรานที่นี่ รุกรานประเทศไทยแล้วมาติ้งต่างว่าเป็นของคุณ” ซึ่งกรณีนี้เคยตกเป็นข่าวมาแล้วก่อนหน้านี้ สะท้อนถึงความละเอียดอ่อนของปัญหา เขตแดนระหว่างสองประเทศ




