เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 69 โลกออนไลน์ในจังหวัดบุรีรัมย์ ได้มีการแชร์โพสต์ของผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง พร้อมระบุว่า “รับแจ้งเหตุดักปล้นบริเวณหน้าวัดโนนทราย ได้เงินไป 2,100 บาท มีเหตุตำบลบ้านยางดักปล้นคน เขาระบุมาว่าขับ Dream สีชมพู มีเบาแสโปรดแจ้งด้วยครับผู้ชาย 2 คน คนหนึ่งรูปร่างตัวเล็กเขาให้เบาะแสมาเท่านี้ ใครพบแจ้งผมที”
ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง นายพรเทพ สมบูรณ์รัมย์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านยาง (อบต.บ้านยาง) อ.เมืองบุรีรัมย์ ผู้โพสต์ กล่าวว่า ตนได้รับแจ้งจากนายติ๊ก อายุ 33 ปี ชาว อ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์ ว่า ถูกคนร้ายเป็นชาย 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนท้ายกันมาตามประกบ ถนนเส้นดังกล่าวเป็นถนนสายบ้านยาง – โคกเหล็ก ต.บ้านยาง โดยสบโอกาสกระชากกระเป๋าได้ทรัพย์สินเป็นเงินสดจำนวน 2,100 บาท แล้วหลบหนีไป ตนจึงนำไปโพสต์เพื่อแจ้งเตือนชาวบ้านให้ระมัดระวัง

ขณะที่ นายติ๊ก อาชีพช่างเมรุลอย เล่าว่า ประมาณ 20.00 น. วานนี้ (16 มิ.ย.) ตนจะต้องขับขี่รถจักรยานยนต์ไปรับแฟนกลับบ้านหลังเลิกงานในตัว อ.เมืองบุรีรัมย์ โดยใช้ถนนเส้นทางดังกล่าวเป็นประจำ ขณะมาถึงบริเวณหน้าวัดโนนทราย มีวัยรุ่น 2 คนใส่หมวกปิดบังใบอำพรางหน้าซ้อนท้ายกันมาขับขี่รถจักรยานยนต์มาประกบตนแล้วคนซ้อนท้ายได้ชกที่บริเวณใบหน้าตนเอง 1 ครั้ง หลังจากนั้นคนร้ายเป็นวัยรุ่นอายุประมาณ 20 ปี ได้กระชากกระเป๋าสะพายซึ่งมีเงินสดจำนวน 2,100 บาท ก่อนขับรถหลบหนีไป ตนเองพยายามประคองรถไม่ให้รถเสียหลักล้ม แล้วรีบขับไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านในหมู่บ้าน ตอนนี้อยากฝากกึงคนที่ก่อเหตุให้รีบมาติตต่อขอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะหลังจากนี้ตนจะไปแจ้งความที่ สภ.เมืองบุรีรัมย์ เพื่อจะดำเนินคดีคนก่อเหตุให้ถึงที่สุด
ต่อมา พ.ต.อ.จำรัส ศิริเลี้ยง ผกก.สภ.เมืองบุรีรัมย์ ร่วมกับพนักงานสอบสวน ,เจ้าหน้าชุดสืบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง กับนายติ๊ก และให้จำลองสถานการณ์จริง พบว่านายติ๊ก ไม่สามารถตอบคำถามของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ และพบว่ามีข้อพิรุธหลายอย่าง จากนั้นได้ยอมรับว่า ไม่ได้มีเหตุการณ์ตามที่แจ้งกับเพจเฟซบุ๊กและเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่เป็นการสร้างเรื่องขึ้นมา เพื่อจะให้คู่อริ ซึ่งมีลักษณะตามที่ตัวเองแจ้งไว้ซึ่งอยู่หมู่บ้านใกล้เคียง ให้ได้รับโทษตามกฎหมาย ยอมรับว่า รู้เท่าไม่ถึงการณ์ไม่มีเจตนา และฝากขอโทษเจ้าหน้าที่ตำรวจ และผู้ที่เกี่ยวข้องด้วยที่ทำให้เดือดร้อน
เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหา นายติ๊ก “แจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่พนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวน มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.



