เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 13 ก.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบรีสอร์ทหรูแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยมะหาด-เขานั่งยอง และป่าเขาครอก บริเวณคลองลึก ริมถนนทางหลวงชนบท หมู่ 7 ต.สำนักท้อน อ.บ้านฉาง จ.ระยอง พบว่าสิ่งปลูกสร้างยังคงอยู่ในพื้นที่ แม้ก่อนหน้านี้หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ รย.2 (บ้านค่าย) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ส่วนป้องกันและปราบปราม สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 9 (ชลบุรี) และผู้นำชุมชน จะเคยเข้าตรวจสอบ จับกุม และดำเนินคดีผู้บุกรุก พร้อมจัดทำบันทึกจับกุมรีสอร์ทที่รุกพื้นที่ป่าสงวนรวม 9 หลังมาแล้วก็ตาม


ชาวบ้านในพื้นที่เปิดเผยว่า หลังการจับกุมเมื่อ 9 ปีก่อน ไม่เคยเห็นมีการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง หรือมีความคืบหน้าของคดีอย่างเป็นรูปธรรม จึงไม่ทราบว่าการดำเนินคดีไปถึงขั้นตอนใด ขณะที่ปัจจุบันยังพบว่ามีร้านอาหารและร้านกาแฟหลายแห่งผุดขึ้นในพื้นที่ป่าสงวนเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง จนบดบังทัศนียภาพของภูเขาและธรรมชาติ ทำให้ชาวบ้านกังวลว่าจะเกิดการบุกรุกพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้น หากไม่มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง


ด้าน นายสุกศ ทองคต กำนันตำบลสำนักท้อน กล่าวว่า ตนเพิ่งเข้ารับตำแหน่งหลังจากที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้าจับกุมรีสอร์ทและร้านอาหารดังกล่าว จึงไม่ทราบรายละเอียดความคืบหน้าของคดี ส่วนรีสอร์ทที่เป็นข่าวนั้น ปัจจุบันติดป้ายประกาศขายและคาดว่าไม่ได้เปิดรับนักท่องเที่ยวแล้ว แต่ในส่วนของร้านกาแฟและร้านอาหารยังเปิดให้บริการตามปกติ ทั้งนี้ การติดตามคดีและการตรวจสอบสิ่งปลูกสร้างที่เกิดขึ้นใหม่ เป็นอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่จะต้องเข้ามาดำเนินการตามกฎหมาย


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 26 ม.ค. 2560 นายภิญโญ จันทนาตาล ขณะดำรงตำแหน่งหัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ รย.2 (บ้านค่าย) พร้อมเจ้าหน้าที่ส่วนป้องกันและปราบปราม สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 9 (ชลบุรี) และผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ได้ร่วมกันเข้าตรวจสอบและจับกุมรีสอร์ท ร้านอาหาร และร้านกาแฟ ที่บุกรุกเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยมะหาด-เขานั่งยอง และป่าเขาครอก รวม 9 แห่ง พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่เวลาล่วงเลยมาจนถึงปี 2569 สิ่งปลูกสร้างหลายแห่งยังคงอยู่ และบางแห่งยังประกอบกิจการตามปกติ ทำให้ชาวบ้านเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามผลคดี พร้อมบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนซ้ำและรักษาทรัพยากรธรรมชาติของจังหวัดระยองไว้.



