นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคม ได้รับจัดสรรงบประมาณตามแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใต้กรอบวงเงิน 1.57 แสนล้านบาท  (โยกมาจากงบประมาณแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาทของรัฐบาล) รวม 6 หน่วยงาน วงเงิน 56,666 ล้านบาท จากที่เสนอขอไปวงเงิน 8 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วย กรมทางหลวง (ทล.) 37,636 ล้านบาท, กรมทางหลวงชนบท (ทช.) 17,051 ล้านบาท, กรมท่าอากาศยาน (ทย.) 766 ล้านบาท, การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) 1,022 ล้านบาท, บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) 15 ล้านบาท และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) 42 ล้านบาท

อยู่ระหว่างรอความคิดเห็นจากสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) สำนักงบประมาณ และกระทรวงการคลัง ก่อนเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาภายใน 2 สัปดาห์นี้ หากได้รับอนุมัติจาก ครม. แล้ว ทุกหน่วยงานจะเริ่มกระบวนการประมูล และลงนามสัญญากับเอกชนได้ช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค. 2568 เพื่อเริ่มโครงการทันที มั่นใจว่างบประมาณที่จัดสรรให้ทุกโครงการจะเกิดประโยชน์สูงสุด และกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายสุริยะ กล่าวอีกว่า โครงการที่เสนอขอรับจัดสรรงบประมาณฯ มุ่งเน้นโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางและขนส่ง รวมถึงแก้ปัญหาการจราจรในพื้นที่คอขวด และขาดความเชื่อมโยง ส่วนใหญ่เป็นโครงการขนาดเล็กถึงกลาง วงเงินเฉลี่ย 5-20 ล้านบาท ดำเนินการได้ภายในปีเดียว อีกทั้งทุกโครงการมีความพร้อมเริ่มประมูลได้ทันที

เพื่ออัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้โครงการของ ทล. อาทิ โครงการยกระดับความปลอดภัยทางถนน เส้นทางกบินทร์บุรี-วังน้ำเขียว ซึ่งมีอุบัติเหตุบ่อยครั้ง โดยจะติดตั้งไฟส่องสว่าง ขีดสีตีเส้นจราจร ติดตั้งราวกันตก และติดตั้งระบบป้ายอัจฉริยะ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการคมนาคมของประเทศ

ในส่วนของ ทช. การปรับปรุง-พัฒนาถนนเชื่อมโยงเมืองรอง แหล่งท่องเที่ยว และพื้นที่การผลิต, ทย. โครงการปรับปรุงสนามบินให้ได้มาตรฐานความปลอดภัยและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ อาทิ งานก่อสร้างเสริมความแข็งแรงทางวิ่ง ปรับปรุงระบบไฟฟ้าลงใต้ดิน และปรับปรุงระบบตรวจอาวุธและวัตถุระเบิด

ขณะที่ รฟท. แก้ไขปัญหาจุดตัดระหว่างทางรถไฟกับถนนเสมอระดับ อาทิ โครงการแก้ไขผลกระทบจากอุบัติเหตุ ปรับปรุงทางรถไฟ สถานี และระบบอาณัติสัญญาณ, บขส. โครงการด้านความปลอดภัย ส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองด้วยรถโดยสารของ บขส. และปรับปรุงสถานีขนส่งผู้โดยสาร ส่วน ขสมก. โครงการแก้ไขปัญหาการจราจรในพื้นที่คอขวด เพิ่มความปลอดภัยการเดินทาง อาทิ โครงการปรับปรุงเบาะ และหลอดไฟในรถโดยสาร เป็นต้น

“ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์” รายงานด้วยว่า งบประมาณด้านถนน ที่ 2 หน่วยหลัก ทล. และ ทช. ได้รับรวมกัน 54,687 ล้านบาทหากรวมกับงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ที่กระทรวงคมนาคมได้รับจัดสรรฯ 261,292 ล้านบาท ทล. ได้รับสูงสุด 131,932.2 ล้านบาท ตามด้วย ทช. 53,598.9 ล้านบาท สัดส่วน 71% ทำให้เม็ดเงินงานถนนที่จะใช้ตั้งแต่เดือน ก.ค. รวมประมาณ 2.4 แสนล้านบาท  ยังไม่นับรวมงบปี 2568 ที่ ทล-ทช. ได้รับประมาณ 1.7 แสนล้านบาท รวม 2 ปีนี้ เม็ดเงินก่อสร้างถนนสูงกว่า 4 แสนล้านบาท