สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 1 ก.ค. ว่าข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลด้านการบิน “ซิเรียม” (Cirium) ระบุว่า ก่อนเกิดความขัดแย้ง สายการบินเอมิเรตส์, กาตาร์ แอร์เวย์ส, และเอทิฮัด แอร์เวย์ส ขนส่งผู้โดยสารเกือบ 1 ใน 3 จากเอเชียไปยังยุโรป รวมถึงมากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้โดยสารจากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์
แต่เมื่อสงครามอิหร่านเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 28 ก.พ. สนามบินศูนย์กลางในอ่าวเปอร์เซียได้ถูกปิดลง เนื่องจากการโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธ ก่อนที่จะกลับมาให้บริการราว 90% ของระดับปกติในกลางเดือนมิ.ย. ตามข้อมูลของเว็บไซต์ Flightradar24
Asian airlines' Europe windfall fades as Gulf rivals rebound https://t.co/p8qIYV8YGj https://t.co/p8qIYV8YGj
— Reuters (@Reuters) July 1, 2026
ระหว่างเดือนมี.ค. – พ.ค. สายการบินตะวันออกกลางฟื้นตัวจากจำนวนผู้โดยสารที่ลดลงเกือบ 60% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า มาเป็นการลดลง 28% ตามข้อมูลของสมาคมการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (ไออาตา)
โฆษกของโคเรียน แอร์ กล่าวว่า สายการบินมีอัตราการบรรทุกผู้โดยสารเพิ่มขึ้นในเส้นทางยุโรป เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ในระหว่างเดือนมี.ค. – พ.ค. แต่ความต้องการต่อเครื่องลดลงอย่างต่อเนื่อง หลังสายการบินในกลุ่มประเทศอ่าวกลับมาให้บริการอีกครั้ง ในไตรมาสที่ 2
ด้านสายการบินเอเอ็นเอของญี่ปุ่น มีอัตราการบรรทุกผู้โดยสารในเที่ยวบินยุโรปลดลงจาก 93.1% ในเดือนมี.ค. เหลือ 86.9% ในเดือนเม.ย. แม้จะเพิ่มขึ้น 8.7 จุดเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส ก็มีอัตราการบรรทุกพุ่งขึ้น 13.8 จุดเปอร์เซ็นต์ในเดือนเดียวกัน ก่อนจะลดลงอย่างรวดเร็วเหลือ 4.9 จุดเปอร์เซ็นต์ในเดือนต่อมา ก่อนที่ในเดือนพ.ค. จะเหลือเพียง 1.1 จุดเปอร์เซ็นต์.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



