เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. เฟซบุ๊กเพจ “นางโรมโคมเขียว” ซึ่งเป็นเพจของ นายแพทย์ก้องณพัฒน์ จิโรจธนพงศ์ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านเพศวิทยาจากคลินิก Sex and Relationship Therapist ได้โพสต์ข้อความให้ความรู้ที่น่าสนใจเกี่ยวกับการทำความเข้าใจ “ยาเสียสาว” ที่กำลังเป็นที่พูดถึงกันอย่างกว้างขวาง โดยเน้นย้ำว่า แท้จริงแล้วยาเหล่านี้คือ “ยารักษาโรค”

นายแพทย์ก้องณพัฒน์ อธิบายว่า “ยาเสียสาว” ที่เราได้ยินกันบ่อยครั้งนั้น แท้จริงแล้วเป็น วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นยาในกลุ่มยานอนหลับ หรือยาระงับประสาท ที่ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ เช่น:

    ยามิดาโซแลม (Midazolam) หรือยานอนหลับโดมิคุม (Dormicum): ใช้เป็นยาช่วยในการนอนหลับก่อนการทำศัลยกรรม หรือการตรวจวินิจฉัยโรค มีฤทธิ์ออกเร็ว และอาจทำให้จำสิ่งที่ทำลงไปไม่ได้

    ยาอัลปราโซแลม (Alprazolam): แพทย์ใช้รักษาโรควิตกกังวล นอนไม่หลับ หรือผู้ป่วยที่มีอาการแพนิกฉับพลัน

    ยาฟลูไนตราซีแปม (Flunitrazepam) หรือโรฮิบนอล (Rohypnol): เป็นยานอนหลับที่ออกฤทธิ์เร็วและแรงมาก ทำให้เกิดอาการง่วงซึมหลังตื่นนอน และมีผลต่อความทรงจำ จัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภทที่ 2 ซึ่งมีการควบคุมการใช้และจำหน่ายอย่างเข้มงวด

    สาร GHB (gamma-hydroxybutyrate): มีฤทธิ์กระตุ้น ทำให้รู้สึกตื่นตัว คล้ายการดื่มแอลกอฮอล์ และกระตุ้นความรู้สึกทางเพศ ทำให้ถูกใช้ในการมอมยา อย่างไรก็ตาม ยานี้แท้จริงแล้วใช้รักษาโรคง่วงหลับ โรคพิษสุราเรื้อรัง และยังมีการสังเคราะห์ขึ้นมาใช้เป็นยาสลบ ยานอนหลับ และช่วยในการคลอด

    ยาเค หรือ เคตามีน (Ketamine): แม้จะรู้จักกันในฐานะยาเสพติด แต่ในทางการแพทย์ เคตามีนเป็นยาที่ใช้เป็นยาสลบ หรือนำสลบ มีฤทธิ์ระงับปวด และมีผลต่อความทรงจำเช่นกัน จัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 ที่ถูกควบคุม

นายแพทย์ก้องณพัฒน์ ย้ำว่า เมื่อแพทย์วินิจฉัยอาการและจ่ายยาเหล่านี้ให้ ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องกังวลว่าจะเกิดอันตรายต่อร่างกาย เพราะยาเหล่านี้คือ “ยารักษา” ที่มีประโยชน์ทางการแพทย์อย่างมาก

อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับยาทุกชนิด ยาเหล่านี้จะเกิดประโยชน์สูงสุดเมื่ออยู่ในมือของผู้ที่ใช้เพื่อการรักษาโรค แต่เมื่อตกไปอยู่ในมือของคนไม่ดี จากยาเพื่อการแพทย์กลับกลายเป็นเครื่องมือของอาชญากรที่นำไปใช้มอมยา เพื่อให้เกิดการมีเพศสัมพันธ์โดยที่เจ้าตัวไม่ยินยอม ไม่ว่าจะกับหญิงสาวหรือชายหนุ่ม

ดังนั้น สิ่งสำคัญคือการรู้จักระวังป้องกันตัวเอง นายแพทย์ก้องณพัฒน์ได้ให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ ดังนี้:

    ห้ามรับเครื่องดื่มหรือของกินจากคนแปลกหน้าเด็ดขาด

    ไม่ทิ้งแก้วเครื่องดื่มไว้กับคนที่ไม่น่าไว้ใจ หรือให้เพื่อนเฝ้าแก้วเครื่องดื่มเอาไว้เสมอ

    อย่าปล่อยให้ตัวเองเมาจนขาดสติ

    เลือกคบเพื่อน หรือคนที่จะไปเที่ยวด้วย ที่สามารถดูแลเราได้ และเป็นห่วงเราจริงๆ

    หากมีอาการมึนงง ง่วงซึม หรือควบคุมตัวเองไม่ได้ ให้ขอความช่วยเหลือทันที

ปิดท้ายด้วยข้อความย้ำเตือนว่า “จะเที่ยว จะม่วน จะสนุกกับชีวิตยังไงก็ได้ แต่ขอให้รักตัวเองมากๆ ดูแลตัวเองให้ดี” เพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงความปลอดภัยของตนเองเป็นอันดับแรก.

ขอบคุณเพจ นางโรมโคมเขียว