สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ว่า ผลการสำรวจประจำปีของสำนักวิจัยพิวจากสหรัฐ ซึ่งสอบถามกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ใหญ่ 28,333 คน จาก 24 ประเทศ ระหว่างเดือน ม.ค.-เม.ย. ปีนี้ ชี้ให้เห็นว่า ทัศนคติที่ดีต่อสหรัฐ ลดลงใน 15 ประเทศ

ผู้นำสหรัฐได้รับคะแนนต่ำสุดใน “เม็กซิโก” ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านที่เขายังคงวิพากษ์วิจารณ์ และกดดันเรื่องการย้ายถิ่นฐาน โดยผู้ตอบแบบสอบถาม 91% ระบุว่า พวกเขาไม่มั่นใจว่า “ทรัมป์จะทำสิ่งที่ถูกต้อง” ในกิจการระหว่างประเทศ

“แคนาดา” ซึ่งทรัมป์ใช้วาทกรรมว่า “ควรเป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐ” ได้คะแนน “ไม่ดี” ตรงกันข้ามกับเมื่อปีที่แล้ว ในสมัยรัฐบาลวอชิงตันของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่เคยอยู่ในเชิงบวก

“โปแลนด์” ซึ่งเป็นพันธมิตรแนวหน้าในเรื่องของยูเครน ให้คะแนนเชิงลบ ซึ่งเป็นผลมาจากการที่สหรัฐลดการสนับสนุนรัฐบาลเคียฟ และรัฐบาลทรัมป์ หันไปสนับสนุนการเจรจากับรัสเซีย

“สวีเดน” ซึ่งเข้าเป็นสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ในยุครัฐบาลวอชิงตันของไบเดน ให้คะแนนสหรัฐต่ำที่สุดโดย 79% ให้คะแนนเชิงลบ

โดยเฉลี่ยแล้ว ผู้คนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายหลักของทรัมป์ รวมถึงกรณียูเครน ฉนวนกาซา การโยกย้ายถิ่นฐาน และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

นอกจากนั้น 80% มองว่า “ทรัมป์หยิ่งยโส” และ 28% คิดว่าเขา “ซื่อสัตย์”

“อิสราเอล” มีความคิดเห็นเชิงบวกต่อสหรัฐมากที่สุด โดยอยู่ที่ 83% รวมถึง “ไนจีเรีย” และ “เคนยา” ซึ่งมักให้คะแนนสูงโดยไม่คำนึงถึงผู้นำ ขณะที่ผู้คนใน “อินเดีย” มากกว่าครึ่งหนึ่ง มองว่าสหรัฐ “ดี”

แต่ถึงกระนั้น ความคิดเห็นของคนทั่วโลกที่มีต่อทรัมป์ ยังไม่ได้แย่เท่ากับในปี 2563 เมื่อเขารับตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นครั้งแรก

รายงานระบุด้วยว่า ทรัมป์ได้รับการสนับสนุนจากผู้ชายมากกว่าผู้หญิงอยู่เสมอ และได้รับการสนับสนุนจากผู้มีแนวคิดฝ่ายขวา ยกเว้นใน “สวีเดน” และ “ฝรั่งเศส” ซึ่งเขาไม่ค่อยได้รับความนิยม ในหมู่ผู้สนับสนุนพรรคชาตินิยมขวาจัด.

เครดิตภาพ : AFP