วันที่ 13 มิ.ย. ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดฟังคำไต่สวนคดีการรักษาตัว “อดีตนายกฯแม้ว” ทักษิณ ชินวัตร นอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ โดยไม่ได้เข้าเรือนจำ ปรากฏว่า ศาลเห็นว่ายังมีข้อเท็จจริงจำนวนพอสมควรที่ศาลจะต้องแสวงหาความจริง โดยนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ กล่าวว่า ศาลจะเรียกพยานบุคคล บุคคล 20 ปาก ศาลได้พูดแล้วว่าให้โอกาสจำเลยในการใช้สิทธิได้เต็มที่ ซึ่งตนเองได้ยื่นแถลงขอเสนอพยานบุคคลด้วย

“เดิมผมเองเหมือนคนตาบอดคลำช้าง ไม่รู้เลยว่าศาลจะมีพิจารณาอย่างไร การที่ศาลไต่สวนหลายนัดพร้อมกัน เป็นเรื่องที่ศาลกำลังแสวงหาความจริงไม่ได้รับฟังกระแสสังคม ศาลจะฟังผู้เกี่ยวข้องและพิจารณาว่าเรื่องราวเกิดขึ้นอย่างไร ที่หลายคนว่าต้องกลับไปติดคุก นั่นก็เป็นเรื่องที่คาดคะเนกัน เรื่องประวัติการรักษาที่ต่างประเทศ เมื่อศาลอยากได้ประวัติ ก็รอให้ทางราชทัณฑ์ตอบว่ามีบันทึกข้อมูลหรือไม่ หากศาลเรียกเอกสารเราก็ส่ง”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลเห็นว่าต้องไต่สวนพยานจำนวน 20 ปากเพิ่มเติมมีทั้งแพทย์ที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์คนปัจจุบัน นายนัสที ทองปลาด อดีตผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพ นายปราโมทย์ ทองศรี อดีตผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพ โดยการไต่สวนจะมีหลายนัดในเดือน ก.ค.

ที่จังหวัดอุบลราชธานี “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ไม่ทราบว่า การที่เลื่อนวันประชุม ครม.สัญจร ที่พิษณุโลก ออกไปจากวันที่ 24 มิ.ย. เกี่ยวกับการปรับ ครม.หรือไม่ แต่ไม่มีความเป็นไปได้ว่าจะปรับโดยไม่แจ้งหัวหน้าพรรคแต่ละพรรค และถ้าไม่ได้เก้าอี้ มท.1 ก็พร้อมเป็นฝ่ายค้าน

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีปรากฏภาพ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แกนนำ 6 สส.เพชรบูรณ์ และแกนนำพรรคภูมิใจไทยร่วมรับประทานอาหารกัน คือ กลุ่มนายสันติ มาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เรามานั่งหารือกันว่าอะไรคือสิ่งที่เป็นประโยชน์ที่สุดสำหรับบ้านเมือง การทำงานทางการเมืองหากเป็นไปในทางเดียวกัน โครงสร้างทางการเมืองเหมือนกัน มันก็สามารถทำประโยชน์ให้กับประชาชนได้เยอะ เราคุยถึงการเลือกตั้งครั้งหน้า ขอให้สิ่งที่มันดำเนินอยู่ให้เป็นตัวเล่าเหตุการณ์

นายวิทยา แก้วภราดัย สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ระบุผ่านสื่อว่า พร้อมเป็นฝ่ายค้านหากโดนยึดกระทรวงพลังงาน ว่า “จะพูดเล่นทำไม มีที่ไหน เมื่อเขาไล่ออกจะหน้าด้านนั่งอยู่ทำไม ถ้านายกฯ ถามมา เราก็จะยืนยันตำแหน่งเดิม ไม่มีการปรับเปลี่ยน ไม่มีการปรับ ทั้งในส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีของหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค รวมถึงนายสุชาติ ชมกลิ่น รมช.พาณิชย์ ในฐานะรองหัวหน้าพรรค รทสช.”

ส่วนที่ในพรรคแบ่งเป็นสองกลุ่ม จะทำงานร่วมกันได้หรือไม่ ก็ไม่ทราบว่าจะทำอย่างไรได้ ในเมื่อร่วมหัวจมท้ายแล้ว ก็รอเวลายุบสภาค่อยจากกันไป หากรัฐบาลตัดสินใจเอาคนอื่นมาเป็น รมว.พลังงานแทน “หัวหน้าตุ๋ย” พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ก็เท่ากับเชิญเราออกจากรัฐบาลแล้ว แต่คิดว่านายกฯ คงไม่เปลี่ยนม้ากลางศึก

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ “สส.ไอซ์” รักชนก ศรีนอก สส.กทม. “สส.เนม” สหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี พรรคประชาชน (ปชน.) ยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีกล่าวหา นายสุชาติ ชมกลิ่น รมช.พาณิชย์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง รมว.แรงงาน นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กรณีอนุมัติเงินกองทุนประกันสังคมลงทุนในกองทรัสต์เพื่อกิจการเงินร่วมลงทุนไพรม์ แอสเซท (Prime Asset Private Equity Trust) ในการดำเนินโครงการอาคาร Cas Centre หรืออาคารสกายไนน์ (SKYY9 Centre) และนายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ อดีตปลัดกระทรวงแรงงานช่วงปี 2564 – 2567 ที่ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) โดยตำแหน่ง ได้กระทำความผิดตามมาตรา 172 พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 ฐานเป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต

สส.เนม กล่าวว่า ขอฝากคำถามถึงนายกฯ ว่าจะตั้งคนแบบนี้ ที่มีคดีอยู่ใน ป.ป.ช. ทั้งคดีทุจริต และคดีค้ามนุษย์เรียกรับผลประโยชน์จากขบวนการที่ส่งแรงงานไทยไปเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ในต่างประเทศ ให้เป็นรัฐมนตรีต่อไปหรือไม่

สส.ไอซ์ กล่าวว่า กล่าวว่า หลังจาก รมว.มหาดไทยตั้งคณะกรรมการสอบฯ ผลออกมาเป็นที่ประจักษ์แล้วว่ามูลค่าของตึกอยู่ที่ประมาณ 3,000-3,200 ล้านบาท แต่ประกันสังคมกลับทุ่มเงินซื้อสูงถึง 7,000 ล้านบาท การนำเงินกองทุนประกันสังคมไปลงทุนดังกล่าว มีนายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการ สปส. ขณะนั้น เป็นผู้ลงนาม ไม่ได้สอบทานความถูกต้องของการประเมินทรัพย์สิน และตรวจสอบข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการลงทุนแต่ประการใด อาจมีส่วนต่างของมูลค่าที่สูงเกินความเป็นจริง ขอให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบไต่สวน

“โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.รงงาน รับลูกตามที่เสี่ยหนูสั่งสอบการซื้อตึก SKYY9 Centre ว่า จะตั้งคณะกรรมการประมาณ 6-7 คน เพื่อมาตรวจสอบความเสียหายและดูเรื่องของวินัยผู้ที่เกี่ยวข้อง จะพยายามตั้งกรรมการให้ได้ภายในเดือนนี้ เราสอบลงไปถึงเจ้าหน้าที่ที่ทำเรื่องขึ้นมา ลงไปถึงผู้บริหารประกันสังคม เข้าไปถึงอนุกรรมการในขณะนั้นอีก 2-3 ชุด และบอร์ดใหญ่ ว่าแต่ละขั้นตอนมีการอนุมัติเป็นขั้นเป็นตอนหรือไม่ ส่วนอดีต รมว.แรงงานตอนนั้น จะเชิญหรือไม่เชิญก็ได้ ถ้ามีข้อสรุปจากกรรมการชุดนี้ ก็จะระบุได้ว่าใครคือผู้ที่ต้องรับผิดชอบตามลำดับชั้น เราได้ข้อมูลว่ามีการประเมินฝ่ายเดียว ทำไมไม่ประเมิน 2 ฝ่าย คือผู้ขายและผู้ซื้อ ดังนั้นกรณีต้องมีผู้รับผิดชอบ

ในการประชุม กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ที่มี “เสี่ยแกละ”อนุรักษ์ จุรีมาศ สส.ร้อยเอ็ด พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) รองประธาน กมธ. ทำหน้าที่ประธานประชุม ก็เกิดปัญหาขึ้นมาอีก เมื่อนายวิสาร เตชะวีราวัฒน์ กมธ. หารือเรื่องการถ่ายทอดสด ว่าไม่แฟร์สำหรับข้าราชการหรือราชการ หากเราถ่ายทอดสดทั้งที่ยังไม่เป็นมติของ กมธ. อาจจะมีเรื่องอะไรที่สุ่มเสี่ยง ต้องห่วงข้าราชการหรือราชการด้วยว่าเขาอาจจะมีปัญหา บางเรื่องยังไม่เป็นมติ เป็นห่วงข้าราชการที่ต้องมาสื่อสารว่า อยากได้อะไรบ้าง งบประมาณเป็นอย่างไร ฉะนั้น จึงขอให้ประธานวินิจฉัย เพราะยังมีอีกหลายหน่วยงานที่ต้องเข้ามาชี้แจง

นายอนุรักษ์ ชี้แจงว่า ตอนที่มีประชุม กมธ. ครั้งแรกเรามีมติชัดเจนว่าจะไม่มีการถ่ายทอดสดในห้อง กมธ. มีเพียงการถ่ายทอดสดไปรอบอาคารรัฐสภา แต่หากใครที่จะไปแชร์ต่อต้องรับผิดชอบกันเอง กมธ.ไม่รับผิดชอบด้วย

“สส.ไอซ์” รักชนก ศรีนอก สส.กทม. พรรค ปชน. ในฐานะ กมธ. กล่าวว่า ตนเป็นคนถ่ายทอดสดจากห้องตนไปสู่ช่องยูทูปของตนเอง ซึ่งหากมีปัญหาอะไรตนรับผิดชอบเอง ใครอยากฟ้องก็ฟ้อง รับผิดชอบเองทั้งหมดเต็มที่ ข้าราชการท่านใดที่รู้สึกว่าชี้แจงแล้วจะมีปัญหาก็สามารถฟ้องได้ ช่องตน ตนรับจบได้

สำหรับภารกิจของ “นายกฯอิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร ที่ห้อง Grand hall โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล ถนนวิทยุ นายกฯ เป็นประธานและมอบนโยบายในพิธีปิดการประชุมเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ทั่วโลก ประจำปี 2568 ภายใต้หัวข้อ การทูตเชิงรุกที่ตอบโจทย์ประชาชนจากนโยบายสู่การปฏิบัติ นายกฯ กล่าวมอบนโยบายช่วงหนึ่งว่า เราต้องการต่อสู้กับเฟกนิวส์หรือข่าวปลอม เราต้องเอาข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์เข้าสู่โซเชียลมีเดีย ต้องมีทีมโซเชียลมีเดียที่เข้มแข็งอันนี้จะช่วยรัฐบาลได้มาก หากใครอยู่ประเทศไหนที่มีปัญหาก็ให้ช่วยเข้าไปคุย อยากให้ทำเชิงรุกมากขึ้น

และอยากให้ทำ เขตการค้าเสรี (FTA ) ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น รัฐบาลพยายามสนับสนุนการลงทุนของเอกชนไทยในต่างแดนให้มากขึ้นด้วย เรื่องที่ยังขาดการชี้แจง อาทิ เรื่องมาตรการภาษีของสหรัฐอเมริกา การดำเนินการของรัฐบาล รวมถึงพัฒนาการต่างๆว่าไปถึงไหนแล้ว อยากให้มีการสื่อสารที่ถูกต้องจากกระทรวงการต่างประเทศ เพราะเป็นข้อมูลที่น่าเชื่อถือ.

“ทีมข่าวการเมือง”