สถิติต่างด้าวกลุ่มประเทศอาเซียนที่ได้รับอนุญาตทำงานไทยปัจจุบัน (ข้อมูล ณ เดือน พ.ค.68) มีรวม 3,826,856 ราย ในจำนวนนี้มากสุดเป็น เมียนมา 2,987,988 ราย กัมพูชา 512,184 ราย ลาว 289,217 ราย ที่เหลือเป็นฟิลิปปินส์ 21,080 ราย เวียดนาม 8,995 ราย มาเลเซีย 3,013 ราย อินโดนีเซีย 2,721 ราย สิงคโปร์ 1,635 ราย และบรูไน 23 ราย
จากทั้งหมด 3,826,856 ราย เป็นแรงงานต่างด้าวที่มีสถานะไม่ถูกกฎหมาย 1,038,020 ราย เฉพาะแรงงานกัมพูชามี 109,892 ราย
“ทีมข่าวอาชญากรรม” มีโอกาสสอบถามมุมมองปัญหาแรงงานกัมพูชาในห้วงสถานการณ์อ่อนไหวกับ นายสุรพงษ์ กองจันทึก นักวิชาการและนักกฎหมาย ที่มีบทบาทขับเคลื่อนงานด้านสิทธิมนุษยชนและแรงงานข้ามชาติ สะท้อนว่าการมีความเห็นเรื่องเขตแดนที่ไม่ตรงกันขณะนี้ กำลังนำไปสู่เงื่อนไขความเกลียดชังระหว่างกัน เพราะต่างฝ่ายอ้างว่าถูกรุกล้ำ ซึ่งหากไม่มีจุดที่ต้องสัมพันธ์ใด ๆ ต่อกันก็ไม่มีปัญหา
แต่เพราะในไทยมีคนกัมพูชาเข้ามาเป็นแรงงานจำนวนมากและมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในกิจการที่แรงงานไทยไม่ทำ หากเดินทางกลับก็อาจไม่เป็นผลดี ขณะที่แรงงานกัมพูชาเองก็กังวลหากเดินทางกลับจะไม่มีงานรองรับ หรือไม่อาจได้ค่าตอบแทนเท่าที่เคยได้จากไทย
“ข้อเท็จจริงไทยต้องการแรงงาน หากคนเหล่านี้ไม่อยู่ เศรษฐกิจอาจมีปัญหา เพราะคนไทยไม่ทำงานเหล่านี้ ที่มักเป็นงานลำบาก แต่ค่าแรงต่ำ”
นายสุรพงษ์ ระบุแรงงานกัมพูชาที่เข้ามาทำงานในไทย ส่วนหนึ่งเพราะมีพื้นที่ใกล้หรือติดกันอย่าง จ.ตราด และจ.สระแก้ว ทำให้การเดินทางเข้ามาใช้แรงงานได้ง่าย ติดต่อกันสะดวก ทั้งยังคุ้นเคย เพราะสามารถสื่อสารภาษาของกันและกันได้ โดยประเภทงานที่แรงงานกัมพูชาเข้ามาทำเป็นหลักคือ แรงงานในกิจการประมง เนื่องจากมีความเชี่ยวชาญเพราะพื้นที่ประเทศอยู่ติดทะเล รวมถึงแรงงานในกิจการก่อสร้าง
ทั้งนี้ ส่วนตัวมองประเด็นแรงงานอาจไม่ได้น่าเป็นห่วงมาก เพราะเป็นประเทศเพื่อนบ้านกันมานาน และไม่ได้เพิ่งมีการกระทบกระทั่งกัน ซึ่งที่ผ่านมาแม้มีปัญหาชายแดนแต่ก็ไม่ได้รุนแรงขั้นสงคราม แต่ยอมรับท่าทีเรียกร้องให้แรงงานกัมพูชากลับประเทศในความขัดแย้งครั้งนี้ถือว่าแข็งกร้าวกว่าที่ผ่านๆ มา
อย่างไรก็ตาม เห็นด้วยกับท่าทีของไทยที่ประกาศไม่มีนโยบายผลักดัน หรือส่งกลับแรงงานกัมพูชาที่เข้ามาอย่างถูกกฎหมายยังสามารถทำงานได้ปกติ พร้อมมองกัมพูชาอาจเป็นฝ่ายเสียหากแรงงานกลับไปแล้วไม่มีงานรองรับเพียงพอ หรือแม้มีรายได้แต่ต่ำมากก็ไม่จูงใจ และอาจกลายเป็นปัญหา หรือสร้างปฏิกิริยาในประเทศตัวเอง
นายสุรพงษ์ ทิ้งท้ายในห้วงเวลานี้ไทยต้องสร้างความมั่นใจให้แรงงาน และโลกว่าไทยจะดูแลแรงงานตามสิทธิ ไม่แสดงความรังเกียจ หากเป็นแรงงานที่ถูกต้องตามกฎหมายโดยจะดูแลไม่ต่างจากแรงงานชาติอื่น
“ไม่มีส่งกลับ ไม่ผลักดัน ต้องให้คนไทยเข้าใจว่าปัญหาชายแดนเป็นเรื่องเชิงเทคนิค ไม่ใช่เรื่องของคนที่จะทะเลาะกัน”.
ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน






