เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ที่พรรคไทยสร้างไทย นายปริเยศ อังกูรกิตติ โฆษกพรรคไทยสร้างไทย กล่าวถึงกรณีรัฐบาลประกาศเลื่อนการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การพัฒนาโครงการเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ออกไปอย่างไม่มีกำหนด ว่า เป็นเพียงลูกเล่นทางการเมือง เพื่อใช้ในการต่อรองผลประโยชน์ มากกว่าจะมีความจริงจังในการผลักดันกฎหมายฉบับนี้

“ที่ผ่านมา รัฐบาลอวดอ้างว่ามีเสียงสนับสนุนในสภาเพียงพอ แต่พอถึงเวลาจริงกลับต้องเลื่อนกฎหมายสำคัญออกไป นี่แสดงให้เห็นว่าคำกล่าวอ้างของรัฐบาลอาจไม่ได้สอดคล้องกับความเป็นจริง” นายปริเยศ กล่าว

นายปริเยศ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ดูเหมือนรัฐบาลจะไม่สามารถผลักดันกฎหมายใดได้โดยไม่ต้องพึ่งงูเห่าทุกครั้ง และบางครั้งอาจต้องถึงขั้นไปขอเสียงจาก สส. ในพรรคร่วมรัฐบาลเอง ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องที่ได้มาฟรี ๆ

ตนขอเตือนให้จับตากฎหมายสำคัญอีก 3 ฉบับที่จ่อเข้าสู่การพิจารณา ได้แก่ ร่างกฎหมายการท่าเรือแห่งประเทศไทย ที่อาจเปิดช่องให้การท่าเรือประกอบธุรกิจอื่น รวมถึงมีความเชื่อมโยงกับแนวคิดการตั้งกาสิโน ร่างกฎหมายตั๋วร่วม ที่มีแนวคิดจัดตั้งกองทุนเพื่อซื้อคืนสัมปทานระบบรถไฟฟ้า ที่ยังมีข้อถกเถียงกันในเรื่องผลประโยชน์จะได้กับประเทศจริงหรือไม่ และร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2569 ที่ยังต้องผ่านคณะกรรมาธิการ และรับความเห็นชอบจากทั้งสองสภา และบริบทการเมืองแบบนี้ คงไม่ราบรื่นอย่างที่คิดแน่นอน

นายปริเยศ กล่าวว่า ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา รัฐสภาชุดนี้แทบจะไม่สามารถออกกฎหมายได้ นอกจากร่างกฎหมายงบประมาณ และกฎหมายอีกเพียงไม่กี่ฉบับ แตกต่างจากสภาชุดก่อนที่สามารถผลักดันกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า

“หากรัฐบาลยังไร้ประสิทธิภาพ สนใจแต่ผลประโยชน์แอบแฝงเช่นนี้ ประเทศก็จะเดินหน้าลำบากขึ้นเรื่อยๆ รัฐบาลควรเลือกแนวทางทางการเมืองที่ตรงไปตรงมา สุจริต และไม่แอบแฝง เพราะท้ายที่สุดประชาชนจะเป็นผู้แบกรับผลกระทบ” นายปริเยศ กล่าว