หลังจากที่กลายเป็นประเด็นดราม่าถึงการรับหน้าที่พากย์เสียงภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์Superman 2025 ของ“เอม-สรรเพชญ์ คุณากร” พระเอกดาวรุ่งสุดหล่อ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของพิธีกรดังอย่าง “ดู๋ สัญญา คุณากร” ก็เกิดการวิพากษ์วิจารณ์จากชาวเน็ตอย่างมากมายถึงความเหมาะสม คุณภาพของเสียง รวมถึงข้อครหาที่มองว่าหนุ่มเอมใช้เส้นสายจากการเป็นดาราทำให้ได้งานนี้มา
ล่าสุด ในงานแถลงข่าวเปิดตัวนิทรรศการ”ซับใจไปกับ NA-NING (หน้านิ่ง)” เอม สรรเพชญ์ ได้มาร่วมงานนี้ พร้อมทั้งเคลียร์ชัดถึงข้อครหาและดราม่าต่างๆ รวมถึงเปิดใจความรู้สึกหลังเจอคอมเมนต์ลบ โดย เอม เผยว่า
“พูดตามตรงว่าผมเป็นคนที่อ่านคอมเมนต์อยู่แล้ว แต่พอเห็นคอมเมนต์พวกนี้ ผมตีความเองว่าคนที่มาคอมเมนต์เขามาจากความรักของตัวละคร ซึ่งผมเห็นใจและเข้าใจเขามากๆ เพราะผมก็รักตัวละครนี้มาก ผมรักซูเปอร์แมนมาก คืออยากเคลียร์เรื่องนี้ว่าการที่เรารับงานนี้ ไม่ได้รับเพื่อที่จะหวังกระแสหรืออยากได้เงินอะไรเลย เพราะรักในตัวละครนี้จริงๆ ผมเป็นแฟนคลับมาตั้งแต่เด็กแล้ว ส่วนคอมเมนต์ที่ว่าเหมาะสมไหม เสียงดีหรือเปล่า ผมถือว่ามันเกินหน้าที่ของนักแสดงแล้ว มันเป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ ผู้บริหารทาง Warner Bros ที่เขาเลือกเรามาลองแคสบทบาทนี้ และเราได้แคสถูกทุกกระบวนการ และก็ผ่านการแคสติ้ง ซึ่งเราทำเต็มที่สุดๆ แล้ว”
“กระบวนการแคสตอนแรกทาง Warner Bros อยากให้ผมลองแคสติ้งดู เพราะเขาตีความซูเปอร์แมนแบบเวอร์ชั่นใหม่ ผมก็ลองแคสกับผู้กำกับเสียง กับทีมผู้บริหารทาง Warner Bros และแคสดูสองรอบและต้องรอผลตอบแทนประมาณอาทิตย์นึง เพราะเขาต้องส่งให้ Warner Bros ทางต่างประเทศดูด้วยอีกทีนึง แล้วตอนที่พากย์เสียงในฐานะที่ผมเป็นนักแสดง เราก็ใช้อินเนอร์ของนักแสดง พอพี่เขาติดต่อมา แล้วผมก็เป็นแฟนคลับซูเปอร์แมนอยู่แล้ว ผมถือว่าเป็นโอกาสที่ดีมากที่เขาให้เรา และเราก็ทำให้ดีที่สุด สำหรับผมสิ่งที่ผมพูดว่าเกินหน้าที่ว่าผมเหมาะหรือเปล่า ผมว่าผมต้องเชื่อใจทีมงานด้วย พี่บริหารทาง Warner Bros ที่เขารู้มากกว่าเรา มีประสบการณ์มากกว่าเรามากในวงการการพากย์ เราก็เชื่อใจเขาที่เขาเลือกเราด้วยเหตุผล ที่เขาอยากตีความซูเปอร์แมนเป็นตัวใหม่แค่นั้นเลย แล้วเราก็อยากทำงานให้เต็มที่ให้ดีที่สุด และผมก็ทำด้วยความรักจริงๆ เพราะผมรักตัวละครนี้จริงๆ”

เอม เผยต่อว่า “ทำการบ้านหนักครับ พี่เขาก็ได้บรีฟว่าซูเปอร์แมนตัวนี้จะเป็นซูเปอร์แมนที่เป็นมนุษย์มาก เป็นซูเปอร์แมนที่มีความอ่อนแอมาก เป็นคนปกติเลย แค่เป็นคนปกติที่มีพลังพิเศษ และมันจะมีความแตกต่างระหว่างคลาร์ก เคนต์ กับซูเปอร์แมนมากๆ ในเสียงและการแสดงของพี่เดวิด คอเรนสเว็ต ผมยังงงเลยตอนผมไปแคสและเห็นฉาก พี่เดวิดเล่นอารมณ์เยอะมาก เสียงขึ้นสูงมาก ผมยังช็อกเลย แต่ว่ามันคือการตีความที่ใหม่ และเหมาะกับตัวละครนี้มาก ในฐานะแฟนคลับท่านนึง ที่โดนดราม่าผมไม่เครียดเลย เพราะผมเป็นคนที่แยกเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวได้ดีมาก แต่เชื่อตลอดว่าทุกคนควรมีความคิดเห็นของตัวเองและมีสิทธิที่แสดงความคิดเห็นของตัวเองได้ ไม่มีอะไรผิดไม่มีอะไรถูก มันคือเรื่องงาน จะชอบหรือไม่ชอบแล้วแต่คุณเลย แต่ขอแค่ความคิดเห็นเหล่านั้นที่คุณปล่อยออกมาไม่ทำร้ายคนอื่นแค่นั้นผมโอเคเลย ผมไม่ต้องการให้ทุกคนมาชอบผม แต่ผมแค่ขอให้ทุกคนเข้าใจว่าผมรักตัวละครตัวนี้เช่นกัน”
“สำหรับคนมองว่านักแสดงมาแย่งงานอาชีพนักพากย์ อันนี้ผมไม่ได้รู้เรื่องก่อนหน้าจะรับบท และผมเชื่อในแง่การนักพากย์ ผมไม่มีความรู้พอในวงการนี้ในเรื่องนี้ที่จะตอบได้เต็มปากจริงๆ แต่ว่าผมก็เข้าใจทุกคำพูดของคนดูทุกคน เพราะผมก็อ่านทุกคอมเมนต์ และผมก็พยายามตีความว่าเขาพูดสิ่งนี้ทำไม เราก็ฟังเหตุผล เราเป็นคนที่ไม่ใช้อารมณ์อยู่แล้ว แต่อย่างที่บอกว่าทุกคนมีเหตุผลอะไรตามสบายเลย ขอแค่อย่ามาทำร้ายคนอื่นก็โอเคแล้ว”

“ถามว่าน้อยใจไหมเข้าใจครับ แต่มันก็คือสิทธิของเขาจริงๆ และเราก็เชื่อใจในทีมแบบเต็มร้อยอยู่แล้ว เพราะผมไม่กล้าคิดว่าเรารู้ดีไปกว่าผู้บริหารทาง Warner Bros คือเราเชื่อใจเขาเต็มร้อย โดยเฉพาะหนังเรื่องนี้มันทำมาเพื่อคนดูอยู่แล้ว เราก็อยากให้คนดูแฮปปี้มากจริงๆ แต่เราทำงานอย่างเต็มที่ แล้วเราเชื่อมั่นในทีม และเรามาจากที่เรารักจริงๆ เราไม่ได้ทำเพื่ออะไรเลยจริงๆ เราไม่ต้องการอะไรจริงๆ แค่อยากให้ทุกคนเข้าใจสิ่งนี้ ไม่ได้อยากให้ทุกคนต้องมารักผมนะ หรือคิดว่าผมเหมาะนะ แค่อยากให้ทุกคนเข้าใจว่าเราทำสิ่งนี้จากการรักซูเปอร์แมน แล้วเราในฐานะนักแสดงมือใหม่ เราเชื่อใจที่ผู้ใหญ่เลือกเรา ให้เราผ่าน และดูแลเราตอนเราพากย์เสียง”

“เขามีมาตรฐานในการพากย์ ไม่งั้นผมคงไม่ได้รับบทหรอก เพราะมันเป็นสิ่งที่เขามาเสนอเรา เราก็เชื่อใจในพี่เขาแค่นั้นเลยดีใจที่พี่เขาเลือกเรา เห็นบางสิ่งบางอย่างในตัวเรา เห็นว่าเหมาะสมกับซูเปอร์แมนในเวอร์ชั่นใหม่ของเขา พูดตรงๆ ว่าคำวิจารณ์ หรือคอมเมนต์ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกแย่หรืออะไรเลย อย่างบอกแฟร์มาก และผมยินดีต้อนรับทุกอย่างจริงๆ แค่อยากให้ทุกคนแฮปปี้ และสิ่งหลักๆ เลยที่ผมอยากให้ทุกคนรู้ว่าผมรักซูเปอร์แมน และผมเต็มใจกับงานนี้มากๆ และผมแค่เชื่อใจพี่ผู้ใหญ่ที่เขาเลือกเรามาและเห็นว่าเราเหมาะสมกับบทบาทแค่นั้นเลย”
เอม เผยอีกว่า “อยากบอกอะไรกับคนที่ซื้อตั๋วอย่างที่บอกเลยมาจากความรักจริงๆ และเราทำงานอย่างเต็มที่ ผมอาจเป็นนักแสดงมือใหม่ แต่พี่ผู้บริหารที่เลือกเราเห็นว่าเราเหมาะ และพี่ผู้กำกับพากย์เสียงที่คุมทุกอย่างกับเรามือโปรทั้งนั้น มันไม่ใช่งานที่ผมอยากพากย์ผมก็มาพากย์ได้ ผมเปิดกว้าง ผมโอเคมาก คือผลงานจะออกมาอย่างไรก็ตาม ผมต้องยอมรับในสิ่งนี้ไม่ว่าคุณจะชอบหรือไม่ชอบผมโอเคมาก มันเป็นเรื่องงานและผมอยากให้ทุกคนชอบ อยากให้ทุกคนแฮปปี้ มันเป็นซูเปอร์แมน ผมอยากให้คุณมีความหวัง อยากให้ทุกคนแฮปปี้แค่นั้นเลย ไม่ชอบผมไม่เป็นไร ถ้างานพากย์ติดต่อมาอีกยังรับอยู่ครับ ผมยังเชื่อใจผู้ใหญ่อยู่ ถ้าเกิดได้รับไปแล้ว แสดงว่าเขาเห็นบางอย่างในตัวเรา ไม่ใช่อยู่ดีๆ ก็มาพากย์ได้ ก็หวังว่าทุกคนจะแฮปปี้”





