เมื่อวันที่ 3 ก.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “นรินท์พงศ์ จินาภักดิ์” นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ได้ออกมาโพสต์ไขข้อข้องใจรองนายกฯ รักษาการแทน มีสิทธิเสนอยุบสภาหรือไม่ ลงแฟนเพจ “สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย” หลังศาลสั่งนายกฯ หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว จึงทำให้เกิดคำถามทางกฎหมายตามมา โดยเฉพาะเรื่องอำนาจของผู้รักษาการแทน แม้นายกรัฐมนตรีจะถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ยังสามารถดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมได้ เพราะศาลยังไม่ได้วินิจฉัยให้สิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรีโดยเฉพาะตัว ขณะที่รองนายกรัฐมนตรี “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” ซึ่งรักษาการแทน ยังสามารถนำคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เข้าเฝ้าฯ เพื่อถวายสัตย์ได้ เนื่องจากเป็นเพียงขั้นตอนตามพิธี ไม่ใช่คุณสมบัติเฉพาะของนายกฯ ส่วนกรณีเสนอให้ยุบสภา รองนายกฯ รักษาการสามารถดำเนินการได้ เพราะเป็นการถวายคำแนะนำ ไม่ใช่อำนาจเฉพาะตัวนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม การยุบสภายังขึ้นอยู่กับพระราชอำนาจ และพระบรมราชวินิจฉัยของพระมหากษัตริย์

โดย เพจสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ระบุข้อความว่า “ผลภายหลังจากศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งให้นายกรัฐมนตรีหยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว กรณีคลิปเสียงสนทนากับ “ฮุน เซน” หลุดออกสู่สาธารณะนั้น ได้เกิดคำถามทางกฎหมายเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ ของรักษาการแทนนายกรัฐมนตรีหลายประการ”
อีกทั้ง สรุปคำถามสำคัญและความเห็น ดังต่อไปนี้
1. คำถามแรก คือ การที่ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งให้นายกรัฐมนตรีหยุดปฏิบัติหน้าที่นั้น นายกรัฐมนตรียังสามารถปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมได้หรือไม่ คำตอบคือ ได้ เพราะคำสั่งของศาลเป็นคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 วรรคสอง โดยศาลยังมิได้มีคำวินิจฉัยว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 (4) ประกอบ มาตรา 160 (4) และ (5) นายกรัฐมนตรีจึงยังไม่ขาดคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรี จึงสามารถดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและปฏิบัติหน้าที่ได้
2. คำถามต่อมาก็ คือ รองนายกรัฐมนตรีสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ซึ่งมีอาวุโสสูงสุดขณะนี้ และเป็นผู้รักษาการแทนนายกรัฐมนตรี สามารถนำ คณะรัฐมนตรีใหม่เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ ต่อพระมหากษัตริย์ได้หรือไม่ คำตอบคือ ได้ ทั้งนี้ เนื่องจากนายกรัฐมนตรีหรือผู้รักษาการแทน เป็นเพียงผู้นำรัฐมนตรีใหม่เข้าเฝ้าฯ เพื่อถวายสัตย์ เท่านั้น ส่วนการถวายสัตย์ เป็นการกระทำของรัฐมนตรีแต่ละคน ด้วยการเปล่งวาจาด้วยข้อความที่ระบุไว้ในมาตรา 161 ส่วนนายกรัฐมนตรี หรือผู้รักษาการแทนผ่านการถวายสัตย์มาแล้ว จึงไม่ต้องถวายสัตย์ซ้ำอีก ดังนั้น รองนายกรัฐมนตรีที่รักษาการแทนจึงสามารถนำคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เข้าเฝ้าฯ ได้ เนื่องจากการนำบุคคลเข้าเฝ้าฯ มิได้เป็นคุณสมบัติเฉพาะตัวของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
3. คำถามสุดท้ายที่ถามกันมาก คือ รองนายกรัฐมนตรีที่รักษาการแทน มีอำนาจยุบสภาหรือไม่ เรื่องนี้ต้องตอบว่า การยุบสภาไม่ได้เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี แต่เป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 103 ที่บัญญัติว่า “พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจที่จะยุบสภาผู้แทนราษฎร ฯลฯ” นายกรัฐมนตรีจึงเป็นเพียงผู้ถวายคำแนะนำ หรือนำความขึ้นกราบบังคมทูลเพื่อให้พระมหากษัตริย์ทรงยุบสภา ซึ่งการถวายคำแนะนำดังกล่าวเป็นการปฏิบัติหน้าที่ มิใช่เป็นคุณสมบัติเฉพาะตัวของนายกรัฐมนตรีโดยเฉพาะ
นอกจากนี้ “กรณีนี้แตกต่างจากการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี หรือการให้รัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งเป็นคุณสมบัติเฉพาะตัวของนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 171 บัญญัติว่า พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีตามที่นายกรัฐมนตรีถวายคำแนะนำ กล่าวคือ เมื่อนายกรัฐมนตรีถวายคำแนะนำ พระมหากษัตริย์จะโปรดเกล้าฯ ให้ตามนั้น”
อย่างไรก็ตาม “สรุปได้ว่ารองนายกรัฐมนตรีรักษาการแทน จึงมีอำนาจที่จะปฏิบัติหน้าที่แทนโดยการถวายคำแนะนำ หรือกราบบังคมทูลให้ทรงยุบสภาได้ แต่รัฐธรรมนูญมิได้บัญญัติว่า พระมหากษัตริย์ต้องทรงยุบสภาตามการถวายคำแนะนำดังกล่าวแต่อย่างใด เนื่องจากเป็นพระราชอำนาจ จึงทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยถึงความเหมาะสมได้”
ขอบคุณข้อมูล : สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย



