เมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 19 พ.ค. ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) และแนวร่วม ประมาณ 40 คน ซึ่งนำโดยนายพิชิต ไชยมงคล, นายนัสเซอร์ ยีหมะ, น.ส.พวงทิพย์ บุญสนอง (ทนายมิ้นท์) และนางกรองแก้ว วัฒนกุล เดินทางมายื่นหนังสือถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง โดยมี ว่าที่ ร.ต.ศรัณย์ สมานพันธ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง และนายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้แทนรับเรื่อง
ทั้งนี้ คปท. นำเสนอข้อเรียกร้องหลัก 2 ประเด็น คือ 1.ขอให้เร่งรัดติดตามการจัดเก็บภาษีจากการขายหุ้นบริษัท ชิน คอร์เปอเรชั่น ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อรักษาประโยชน์ของรัฐ สืบเนื่องจากตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6890/2568 ลงวันที่ 14 ส.ค. 2568 (คดีทางแพ่ง) ซึ่งยกฟ้องคดีที่นายทักษิณเป็นโจทก์ฟ้องกรมสรรพากร ส่งผลให้คำสั่งเรียกเก็บภาษีจากการขายหุ้นชิน คอร์เปอเรชั่น จำนวนกว่า 17,600 ล้านบาท มีผลผูกพันทางกฎหมาย และต้องมีการชำระคืนแก่รัฐ แต่หลังจากศาลมีคำพิพากษาผ่านมากว่า 9 เดือน ยังไม่ปรากฏความคืบหน้าในการติดตามหนี้ภาษีดังกล่าว และแสดงความกังวลว่า หากปล่อยให้ล่วงเลยจนถึงช่วงกลางปี 2570 ซึ่งเป็นช่วงสิ้นสุดระยะเวลาบังคับชำระภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 12 อาจทำให้รัฐสูญเสียรายได้จำนวนมาก จึงขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้กำกับดูแล สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการบังคับคดีโดยด่วน หากพบว่าลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัวไม่สามารถชำระหนี้ได้ ให้ดำเนินการฟ้องล้มละลาย เพื่อไม่ให้เกิดการเลือกปฏิบัติ และป้องกันการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย
2.ขอให้กรมสรรพากรเร่งดำเนินการบังคับคดีภาษีดังกล่าวอย่างเคร่งครัด เนื่องจากปัจจุบันมีการบังคับชำระภาษีได้เพียงประมาณ 50 ล้านบาทเศษ ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับยอดหนี้ทั้งหมด อีกทั้งขอให้ใช้อำนาจตามประมวลรัษฎากร มาตรา 12 ในการเร่งรัดยึดทรัพย์และติดตามหนี้ ก่อนหมดอายุความในช่วงกลางปี 2570 และหากพบว่าทรัพย์สินไม่เพียงพอ ให้พิจารณาดำเนินการฟ้องล้มละลายโดยทันที.



