สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 3 ก.ค. ว่าการเลิกจ้างครั้งนี้เกิดขึ้น หลังไมโครซอฟท์ประกาศลดตำแหน่งงานลงประมาณ 6,000 ตำแหน่งแล้ว เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา โดยเมื่อสิ้นเดือน มิ.ย. 2567 บริษัทมีพนักงานรวมราว 228,000 คนทั่วโลก

แม้ไมโครซอฟท์จะยังคงทำกำไรได้หลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 32,340 ล้านบาท) ในไตรมาสปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม บริษัททุ่มเทกับการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ซึ่งรวมถึงค่าใช้จ่ายมหาศาลเพื่อเช่า และสร้างศูนย์ข้อมูล

ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่า การเลิกจ้างของไมโครซอฟท์จะยังคงครอบคลุมแทบทุกแผนก เนื่องจากปีงบประมาณใหม่เริ่มเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งจะรวมถึงทีมงานฝ่ายขาย และธุรกิจวิดีโอเกม ทำให้วิศวกรซอฟต์แวร์และผู้จัดการผลิตภัณฑ์ จะต้องแบกรับภาระหนักที่สุด

นอกจากนั้น การเลิกจ้างส่งสัญญาณว่า การพัฒนาเอไอของไมโครซอฟท์อาจส่งผลกระทบต่อขนาดกำลังคน ขณะที่ผลิตภัณฑ์สำหรับการเขียนโค้ด และการพัฒนาซอฟต์แวร์ “โคไพลอต” มีผู้ใช้มากกว่า 15 ล้านคน

ผู้บริหารของบริษัทเทคโนโลยีอื่น ๆ หลายแห่งต่างคาดหวังว่า เอไอจะเข้ามาแทนที่พนักงานบางส่วน เนื่องจากบริษัท “มีประสิทธิภาพมากขึ้น” จากการใช้เอไออย่างกว้างขวาง

แนวโน้มที่ไม่สู้ดีของพนักงานเทคโนโลยีระดับล่างนั้น สวนทางกับการแข่งขันกันอย่างเข้มข้น เพื่อแย่งชิงนักวิจัยเอไอระดับสูง เช่น เมตา ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของเฟซบุ๊ก เร่งเฟ้นหานักวิจัยระดับสูงจำนวนมาก ด้วยข้อเสนอการจ้างงานที่ครั้งหนึ่งสูงถึง 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,234 ล้านบาท).

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES