สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 8 ก.ค. ว่า สหรัฐให้สถานะความคุ้มครองชั่วคราว (ทีพีเอส) แก่พลเมืองซึ่งไม่สามารถเดินทางกลับบ้านได้อย่างปลอดภัยเนื่องจากสงคราม ภัยธรรมชาติ หรือเงื่อนไขอื่น รวมถึงชาวฮอนดูรัสมากกว่า 70,000 คน และชาวนิการากัวมากกว่า 4,000 คน ซึ่งได้รับความเดือดร้อนจากเฮอริเคนมิตช์ พัดถล่มอเมริกากลางเมื่อปี 2541

กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐประกาศว่า จะยุติการให้สถานะทีพีเอสสำหรับชาวฮอนดูรัสและนิการากัว เนื่องจากสถานการณ์ในประเทศดีขึ้น จนพลเมืองที่พลัดถิ่นสามารถกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย และย้ำว่า สถานะดังกล่าวได้รับการออกแบบมาให้เป็นเพียง “การชั่วคราว” เท่านั้น

ด้านสำนักงานวอชิงตันด้านลาตินอเมริกา (โวลา) ซึ่งเป็นองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน เตือนว่า ทั้งสองชาติยังคงเผชิญกับโครงสร้างที่เอื้อต่ออภิสิทธิ์ปลอดความผิด ความรุนแรง ความยากจน และการขาดการเข้าถึงบริการสาธารณะพื้นฐาน โดยเฉพาะชาวนิการากัวซึ่งยังอาศัยอยู่ภายใต้รัฐบาลเผด็จการ พร้อมอ้างถึงนายมาร์โก รูบิโอ รมว.การต่างประเทศของสหรัฐ ที่เคยกล่าวไว้ว่า ระบอบการปกครองของนิการากัวคือ “ศัตรูของมนุษยชาติ”

ภายใต้ความพยายามของทรัมป์ในการปราบปรามผู้อพยพผิดกฎหมาย สหรัฐยังเพิกถอนสถานะทีพีเอส ของชาวเฮติ อัฟกานิสถาน เนปาล เวเนซุเอลา และแคเมอรูน อีกด้วย.

เครดิตภาพ : AFP