พระเมธีวัชรบัณฑิต หรือ “เจ้าคุณหรรษา” เจ้าอาวาสวัดใหม่ยายแป้น ประธานกรรมการบริหาร นิพพานสถานธรรม กล่าวว่า ตามที่วัดใหม่ยายแป้น ได้ดำเนินการจัดตั้ง นิพพานสถานธรรม ซึ่งเป็นสำนักปฏิบัติธรรมที่ได้รับการรับรองจากมหาเถรสมาคม (มส.) ให้เป็นสำนักปฏิบัติธรรมประจำกรุงเทพฯ แห่งที่ 79 นั้น ในการดำเนินการออกแบบห้องวิปัสสนากรรมฐาน จะใช้ประสบการณ์ส่วนตัวจากการที่ได้เดินทางไปปฏิบัติ รวมถึงการสอนธรรมนำปฏิบัติทั้งในและต่างประเทศ มาใช้ในการออกแบบ จึงทำให้รู้เหตุผลว่า เพราะเหตุใดญาติโยมชนชั้นกลางจนถึงระดับสูง จึงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการปฏิบัติแบบดั้งเดิมที่ผูกขาดเคยอยู่ในพื้นที่ภายในวัด แล้วย้ายไปอยู่ตามโรงแรม รีสอร์ต บ้าน หรือแม้กระทั่งการทุ่มเทพื้นที่และเงินออกแบบสถานธรรมแบบเอกชนแล้วสร้างสถานธรรมตามใจ ทั้งที่ผู้สอนธรรมนำปฏิบัติก็ยังเป็นพระวิปัสสนาจารย์ ซึ่งคำตอบที่ชัดเจนก็คือ “Emotion & Function” ในภาษาของพระพุทธเจ้าก็คือ “สัปปายะ” หมายถึง บริบทที่เอื้อต่อการปฏิบัติ ทั้งสถานที่ อาหาร อากาศ ผู้สอน การนำเสนอธรรมที่เหมาะสม เป็นต้น

พระเมธีวัชรบัณฑิต กล่าวต่อไปว่า จึงเป็นที่มาของการออกแบบ และพัฒนาห้องปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานแบบ Minimal ที่สัมพันธ์กับสถานที่ปฏิบัติ ห้องอาหาร ระบบอากาศ ระบบแสง สี เสียง ห้องน้ำ ห้องสอบอารมณ์ ห้องพัก รวมถึงต้นไม้ใบหญ้าโดยรอบ เป็นการตั้งใจถอดบทเรียนและสังเกตพฤติกรรมของผู้ปฏิบัติมาอย่างยาวนาน คาดว่าการตกแต่งภายในจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน เพื่อรองรับผู้ปฏิบัติทั้งในและต่างประเทศในช่วงปีนี้ ในขณะเดียวกัน การออกแบบอาคารปฏิบัติและที่พักนิพพานสถานธรรมแบบครบวงจรก็ยังคงมีการหารือกันในทุกสัปดาห์ เพื่อให้ได้สถานธรรมริมคลองบางกอกน้อยที่ตอบโจทย์พฤติกรรมการปฏิบัติธรรมของคนเมืองให้ลงตัวอย่างถึงที่สุด โดยเชื่อมั่นว่า ภายในปีนี้ ทีมออกแบบจะได้เปิดตัวนิพพานสถานธรรมในมิติต่างๆ ทั้งรูปแบบสถาปัตยกรรม สวนนิพพานรมณีย์ พื้นที่ภายในอาคารปฏิบัติธรรม อาคารที่พักสำหรับผู้ปฏิบัติแบบครบวงจร