นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ภายใน 1 เดือนนี้คาดว่า จะปรับโครงสร้างน้ำมันอย่างถาวรแล้วเสร็จ โดยระหว่างนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาประเด็นต่างๆ โดยเฉพาะสูตรค่าการกลั่น เช่น การอ้างอิงราคาน้ำมันสิงคโปร์ แต่มีการบวกค่าขนส่ง ค่าประกัน บวกค่าพรีเมียม ค่าสำรองน้ำมัน ทั้งที่เป็นการอ้างอิงราคาน้ำมันเท่านั้น เป็นการผลิตน้ำมันของโรงกลั่นในประเทศไทย ไม่มีการขนส่งจริง แล้วจะต้องบวกทำไม ถ้าให้พูดตรงๆ โรงกลั่นไม่ควรจะได้ ตรงนี้คิดเป็นลิตรละประมาณ 30-40 สตางค์
“ถ้าในภาวะปกติการขึ้นลง 30-40 สตางค์ ถือว่าเยอะ เพราะปริมาณน้ำมันใช้ต่อวันเยอะ ทุกประเภทรวมกันเกิน 100 ล้านลิตร แต่ละวันก็ 40-50 ล้านบาท 1 ปีก็เป็นเงินหมื่นล้าบาท คาดว่า ใช้เวลาไม่ถึง 1 เดือนจะแล้วเสร็จ ตอนนี้เกือบจะได้ข้อสรุปทั้งหมดแล้ว เราถอดทีละตัว เช่น สูตรค่าการกลั่น เดิมไปอ้างอิงน้ำมัน 3 ตัว 3 ประเทศ เรื่องนี้เป็นข้อเสนอทีมภาคประชาชน อันนี้โอเค ควรใช้แค่ของดูไบตัวเดียว, การกำหนดค่าการกลั่น หาเคสที่สามารถใช้บังคับได้เลย ไม่ต้องให้รัฐมนตรีมาใช้อำนาจตาม พ.ร.ก. ควรกำหนดเหตุการณ์ให้ชัดเจนว่า กรณีวิกฤติแบบไหนถึงใช้ได้เลย ต้องมีกลไกให้ชัด, ส่วนที่บวกมาที่ไม่ควร เช่น ค่าขนส่ง ค่าประกัน ค่าสำรองน้ำมัน ต้องไปดู อันไหนไม่ใช่ต้องตัดออก”
ส่วนค่าการตลาด กำลังพิจารณาเช่นกัน ให้ปรับแก้เงินอุดหนุน เพื่อให้ค่าการตลาดเฉลี่ยอยู่ที่ลิตรละ 2.40 บาท โดยเบนซินไม่เกินลิตรละ 2 บาท ดีเซลไม่เกินลิตรละ 3 บาทกว่า ไม่มีปัญหาเรื่องค่าการตลาดกระโดดไปลิตรละ 6-7 บาท ตอนนี้กำลังพิจารณาว่า ควรให้เป็นลิตรละ 2.40 บาท หรือกลับไปเป็นลิตรละ 2 บาทเหมือนเดิม ให้ไปศึกษาใหม่ ไปเปรียบเทียบกับประเทศข้างเคียงด้วย ทั้งหมดนี้เป็นการปรับโครงสร้างเป็นการถาวร ให้เป็นธรรม



