เรื่องร้อนในตลาดทุนไทยเวลานี้ทุกคนต่างจับจ้องไปที่ชื่อของ “นางสาวสุภาพรพิมพงษ์“ บุคคลปริศนาที่กลายมาเป็นชนวนเหตุของมหากาพย์ความวุ่นวายครั้งใหญ่ หลังรายชื่อของเธอไปปรากฏเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัทจดทะเบียนยักษ์ใหญ่หลายแห่งอย่างน่าสงสัย
เรื่องราวที่สร้างความสับสนในตลาดทุนไทยขณะนี้ แท้จริงแล้วมีจุดเปลี่ยนสำคัญจากกระแสข่าวลือเรื่อง “งบการเงิน” ไปสู่ “ความผิดปกติในการรายงานข้อมูลการถือหุ้น (แบบ 246-2)” จากฝีมือของบุคคลรายนี้ จนทำให้ทั้ง TRUE และ MAJOR ต้องจับมือประสานเสียงเรียกร้องให้ ก.ล.ต. เข้าตรวจสอบอย่างเร่งด่วน
สรุปดราม่านี้ได้เป็น 3 ประเด็นหลัก คือ
1. ชนวนเหตุ ข่าวลือเรื่องงบการเงิน สู่ปมรายงานถือหุ้นพิรุธ
จุดเริ่มต้น จากกระแสข่าวลือหนาหูว่า ก.ล.ต. ตั้งคณะทำงานพิเศษเข้าตรวจค้นเอกสารเชิงลึกของ TRUE เกี่ยวกับงบการเงินและการรับรู้รายได้หลังควบรวมกิจการ ส่งผลให้ราคาหุ้น TRUE ดิ่งลงอย่างรุนแรงทันทีจากความตื่นตระหนกของนักลงทุน
ต่อมามีการตรวจสอบพบว่า ชนวนเหตุที่แท้จริงส่วนหนึ่งมาจากความผิดปกติใน แบบรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ (แบบ 246-2) โดยมีบุคคลชื่อ “นางสาวสุภาพร พิมพงษ์” ยื่นรายงานต่อ ก.ล.ต. ว่าได้เข้าถือหุ้น TRUE รวมกันถึงประมาณ 7.10% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมด (แบ่งเป็นหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิ) ซึ่งสร้างความฉงนให้กับทาง TRUE เป็นอย่างมาก
2.ผลกระทบลุกลาม จาก TRUE ลามสู่ MAJOR และหุ้นตัวอื่น
ล่าสุด บมจ.เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป (MAJOR) ได้ร่อนหนังสือแจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่าพบกรณีในลักษณะเดียวกัน โดยนางสาวสุภาพร คนเดิม ได้ยื่นแบบ 246-2 ต่อ ก.ล.ต. ระบุว่าได้มาซึ่งหุ้น MAJOR รวมเกือบ 10% (คิดเป็นหุ้นสามัญ 0.3776% และหุ้นบุริมสิทธิสูงถึง 4.64%
ข้อพิรุธที่ตรงกัน ทั้ง TRUE และ MAJOR ต่างยืนยันข้อเท็จจริงที่ตรงกันว่า ข้อมูลดังกล่าว “ไม่สอดคล้องกับความจริง“ เนื่องจากปัจจุบันทั้งสองบริษัท ไม่มีหุ้นบุริมสิทธิคงเหลืออยู่ และไม่เคยเสนอขายให้บุคคลทั่วไป และบุคคลดังกล่าวไม่ได้เป็นกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน หรืออยู่ในระบบบัญชีรายชื่อของบริษัท
นอกจากนี้ ยังมีรายงานกระแสข่าวว่าบุคคลรายนี้ปรากฏชื่อพยายามยื่นรายงานการถือหุ้นในลักษณะสัดส่วนที่สูงลิ่วในหุ้นบิ๊กแคปตัวอื่นๆ เช่น BBL และ KBANK อีกด้วย สร้างความปั่นป่วนและสั่นคลอนความเชื่อมั่นในระบบข้อมูลของตลาดทุน
3. การชี้แจงล่าสุดจาก ก.ล.ต. และ บจ. (อัปเดตล่าสุด)
หลังสถานการณ์เริ่มบานปลาย ก.ล.ต. ได้ออกมาชี้แจงความคืบหน้าการตรวจสอบเชิงลึก โดยระบุว่าผู้ยื่นรายงาน นางสาวสุภาพร มีตัวตนจริง และระบบได้รับแบบ 246-2 เนื่องจากผ่านเกณฑ์ตรวจสอบขั้นต้น แต่จากการตรวจสอบเชิงลึกในเวลาต่อมา “พบข้อพิรุธและข้อมูลคลาดเคลื่อนหลายจุดที่ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง“ ทั้งในแง่รายชื่อผู้ถือหุ้น ประเภทหลักทรัพย์ และสัดส่วนการถือครอง
สำหรับมาตรการด่วนขณะนี้ ก.ล.ต. ได้ขึ้นสถานะ “อยู่ระหว่างตรวจสอบความถูกต้อง“ ในระบบแสดงข้อมูล 246-2 ของบุคคลดังกล่าวทันที เพื่อป้องกันไม่ให้นักลงทุนสับสน และกำลังเรียกตัวผู้ยื่นรายงานมาสอบถามข้อเท็จจริงเพิ่มเติม
ส่วนบทลงโทษ ก.ล.ต. ย้ำชัดเจนว่า หากผลการตรวจสอบเชิงลึกพบว่าบุคคลดังกล่าว “จงใจรายงานข้อมูลอันเป็นเท็จ“ จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เนื่องจากส่งผลกระทบต่อภาพรวมและความมั่นใจในตลาดทุนอย่างรุนแรง
สำหรับยุคที่ข่าวลือไปไวกว่าแสง การที่ ก.ล.ต. ออกมาชี้แจงแบบแบ่งรับแบ่งสู้หรือใช้เวลานานเกินไป ยิ่งทำให้เกิดสุญญากาศทางข้อมูลที่เปิดโอกาสให้ข่าวลือทำลายความเชื่อมั่นไปไกลแล้ว หลังจากที่ผ่านมาก็ถูกมองว่าทำงานในหอคอยงาช้าง รอให้เรื่องเดินตามกระบวนการราชการ แต่ในวิกฤตสื่อสาร ก.ล.ต. ต้องมีหน่วยเคลื่อนที่เร็วในการชี้แจง


