เมื่อวันที่ 4 ส.ค. 69 ที่ชุมชนหลังวัดริมคลองนางหงส์ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม (กธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีหายหน้าหายตาจากการเมือง จนเกิดกระแสข่าวดีลลับโมนาโก ว่า ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับครอบครัว อยู่กับลูกๆ อย่างที่เป็นข่าว ในเรื่องการเมืองแทบจะไม่ได้เข้ามายุ่งเลย นอกจากดูแลพรรค ในฐานะเป็นฝ่ายค้าน เราจะทำหน้าที่อย่างสร้างสรรค์ ไม่เอาเรื่องส่วนตัวมามีผลกระทบต่อบ้านเมือง ส่วนเรื่องที่เดินทางไปต่างประเทศ ข่าวลือโมนาโกหรือเรื่องต่างๆ ขอยืนยันว่าไม่มี เพราะไปเฉพาะครอบครัว และไม่ได้ไปเจอใครที่ต่างประเทศเลย เมื่อถามถึงกรณีสูตรเขียว แดง ส้ม เหมือนเคยมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่มี ไม่เคยคุย ไม่เคยดีลอะไรกับใคร
เมื่อถามว่า เรื่องของการจับขั้วมันเป็นสัญญาณจริง หรือเป็นแค่การเบี่ยงเบนประเด็นจากพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า น่าจะเป็นเรื่องวิเคราะห์การเมืองของนักการเมืองและนักวิชาการมากกว่า หากกรณีเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง จะเกิดขั้วการเมืองจากพรรคไหน จึงนำไปสู่การเผยแพร่ในโซเชียล เมื่อถามต่อว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะเกิดขึ้น จะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ต้องดูว่าเขาจะอภิปรายรัฐมนตรีคนใด จะอภิปรายรายบุคคล หรือทั้งคณะ ต้องคุยกันก่อน ต้องดูหลักฐานให้ละเอียด เท่าที่เคยเป็นฝ่ายรัฐบาล และถูกอภิปรายมาทุกสมัย เราจะไม่ทำอะไรโดยใช้อารมณ์และบุ่มบ่ามอย่างเด็ดขาด
เมื่อถามอีกว่า ที่ผ่านมามีการยื่นตรวจสอบกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หลายฝ่ายจึงมองว่า ร.อ.ธรรมนัส น่าจะมีข้อมูล ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า อยู่ตรงนั้นมานาน และต้องให้ความยุติธรรมกับนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรฯ เพราะเพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่กี่เดือน ยังไม่ได้ทำอะไร ส่วนใหญ่เป็นโครงการที่ทำต่อเนื่องจากตนทั้งนั้น เมื่อถามย้ำว่า จะประกาศตัวเป็นฝ่ายค้านแบบเต็มตัว หรือจะคงไว้เผื่อสถานการณ์พลิกเกมการเมือง ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า หน้าที่ฝ่ายค้านในสภาทำเต็มที่ และเป็นคนให้โอกาสคน ในเมื่อรัฐบาลเข้ามาบริหารบ้านเมือง ก็ให้รัฐบาลแสดงฝีมือให้เต็มที่ ถ้าวันหนึ่งมันไม่ไหวค่อยมานั่งคุยกัน
เมื่อถามต่อว่า ตอนนี้รัฐบาลโดนกระแสต่างๆ นานา มองว่า รัฐบาลยังสามารถทำงานต่อไปได้ หรือควรจะต้องปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตรงนี้ไม่ทราบ ตนไม่ได้เป็นรัฐบาล เมื่อย้ำถามว่า มีโอกาสที่จะพลิกเป็นเขียว แดง ส้ม มีมากน้อยแค่ไหน ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่ได้มีการคุยกันเลย เป็นการคาดการณ์และการวิเคราะห์มากกว่า พรรค กธ. ไม่เหมือนพรรคอื่น ต้องคุยกับพี่น้องของตน
เมื่อถามถึงกรณี น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) แบะท่า เหมือนส่งสัญญาณมาทางพรรค กธ. จะรับไมตรีหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า “เรื่องก่อนการเลือกตั้งผมลืมไปแล้ว พูดแล้วว่า การเมืองไม่มีอะไรแน่นอน พูดมาโดยตลอด ก่อนการเลือกตั้ง คนที่เคยเป็นศัตรูกัน ก็กลับมารักกันได้ ต้องเห็นกับประโยชน์ประเทศชาติบ้านเมืองและพี่น้องประชาชน แต่ไม่ได้หมายความว่า มีการพูดคุยกันนะ ต้องขอยืนยัน เดี๋ยวไปแปลความหมาย ตัดคำพูดผม ตัดบางคำไป เดี๋ยวจะเกิดความเสียหาย”
เมื่อถามย้ำว่า น.ส.ศิริกัญญา ระบุว่าหลาบแล้วกับพรรค ภท. ร.อ.ธรรมนัส หลาบกับพรรค ภท. หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า อย่าเอาคำพูดของพรรคใดพรรคหนึ่ง หรือคนใดคนหนึ่งมาเปรียบเทียบกับความคิดตน เพราะในพรรค กธ. ตนจะคิดคนเดียว ทำคนเดียวไม่ได้ จะทำอะไรก็ตามจะต้องคุยกับพี่น้อง เมื่อถามอีกว่า ในสายตาประเมินการทำงานของรัฐบาล 3 เดือน อย่างไรบ้าง ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เราเป็นฝ่ายบริหารมานาน คงไม่วิพากษ์วิจารณ์ดีกว่า พี่น้องประชาชนรู้ดีว่า อะไรเป็นอะไร รัฐบาลที่ประกอบไปด้วย 2 พรรคใหญ่ หลายคนมีประสบการณ์ คิดว่าอะไรมันน่าจะดีขึ้น แต่ถ้าไม่ดีขึ้น ก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลง ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรค กธ. กับพรรค ภท. ยังจับมือกันได้หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า “เอางี้ ผมไม่เคยคุยกับพรรคไหน”
เมื่อถามย้ำว่า ถ้ามีรัฐบาลเข้ามาติดต่อให้ไปเข้าร่วม คำแรกของ ร.อ.ธรรมนัส ที่จะพูดกับเขาคืออะไร ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ยังตอบไม่ได้ เพราะยังไม่มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ตนเป็นคนทำงานทำจริง ถ้าจะกลับเข้าไปก็ต้องทำงานจริงๆ ถ้ากลับเข้าไปแล้วไม่ทำงาน เป็นเครื่องประกอบก็ไม่เป็น อยู่อย่างนี้ดีกว่า เมื่อถามอีกว่า ถ้ากลับเข้าไป จะต้องเอากระทรวงเกษตรฯ ที่ตัวเองถนัดหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่จำเป็น ไม่ได้คาดการณ์อะไร อะไรก็ตาม ที่สามารถทำประโยชน์ให้ประชาชน ประเทศชาติ ไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายไหน ก็พร้อมจะทำ อย่าไปคาดการณ์ว่า จะต้องเป็นรัฐบาลหรือไม่เป็น เมื่อถามต่อว่า แสดงว่าดีลต่างๆ ที่ออกมาเป็นข่าวไม่จริงใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ข่าวลือ ข่าวลวง ไม่ใช่ข่าวลับ ฟังจากปากตนนี่



