เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 30 ก.ค. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศล ปัญญาสมวาร (ครบ 50 วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เมื่อมาถึงนายอนุทิน ได้เจอนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม และนางนาที รัชกิจประการ ภรรยานายพิพัฒน์ นายกฯจึงกล่าวทักทายพร้อมกล่าวแซวว่า “2 น 1 พ” 

จากนั้นเวลา 08.05 น. ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีทำบุญตักบาตร นายอนุทิน นายพิพัฒน์ นางนาที และนางทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ได้ยืนพูดคุยกัน จังหวะหนึ่งนายอนุทินได้หยิบพระที่เหน็บในเสื้อออกมาให้นายพิพัฒน์ดู ก่อนที่นายอนุทินได้เดินจูงแขนนางนาที พร้อมหันมากล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “นี่น.นาที กับน.หนู ไง และ 1พ“ ต่อมาเวลา 08.10น. นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ถึงการพูดคุยกับนายพิพัฒน์และยังเดินจูงแขนนางนาที เช่นนี้เป็นการสยบข่าวความแตกแยกใช่หรือไม่ ว่า “วันนี้วันพระครับ” 

เมื่อถามว่าการยืนยันความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แต่กลับมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เช่นนี้รู้สึกอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่รู้สึกอะไร จะบอกว่าขำก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร เดี๋ยวหาว่าไม่รู้สึกรู้สาอะไรอีก เอาเป็นว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทุกคนตั้งใจทำงานผลักดันงานต่างๆให้กับประเทศ 

เมื่อถามต่อว่าเสียงวิพากษ์วิจารณ์จะกระทบการทำงานหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่เคยเลยครับ แต่ละท่านก็ทำงาน เดี๋ยวตนก็จะประชุมกับ นายสุชาติ ชุมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องการไปยึดคืนที่ดินของหลวงที่อุทธยานแห่งชาติ ที่ถูกบุกรุก และจะเชิญ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯมาคุยด้วย อย่าให้คนมาตีความกฎหมายต้องใช้เวลา เพราะสิ่งที่น่าเบื่อที่สุดคือพอจะเข้าไปยึดที่ดินจะบอกว่าต้องให้ศาลพิพากษาให้ถึงที่สุดก่อน ต้องใช้เวลา 20 ปี คนที่ทำผิดก็ถอนทุนไปหมดแล้ว ทุกวันนี้เราใช้หลักว่าถ้ามีความมั่นใจว่าเป็นที่ดินของรัฐ เมื่อพิสูจน์ความเป็นเจ้าของได้ ไม่สามารถมีใครเข้ามาบุกรุก ไม่ต้องพิสูจน์สิทธิอะไรทั้งสิ้น ขับไล่ออกไปก่อนก็ทำได้เป็นอย่างดีในหลายจังหวัด และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ ก็ทำงานด้านการต่างประเทศ จนสร้างความมั่นใจให้นานาประเทศทั้งในด้านความมั่นคง ความสัมพันธ์ทางการทูต การค้า ถ้าสังเกตหลังกลับจากประเทศจีนสถานทูตจีนประจำประเทศไทยก็ออกมาย้ำเนื้อหาสาระที่ได้พูดคุยกัน ตอกย้ำว่าความร่วมมือต่างๆจะต้องดำเนินต่อไป นายพิพัฒน์ ท่านก็ทำงานอยู่ตลอดเวลา ในเรื่องด้านการคมนาคม การสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานต่างๆของประเทศ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ก็ช่วยเหลืองานตนในฐานะรองนายกฯ กำกับดูแลหลายกระทรวง 

”ทุกอย่างขับเคลื่อนไปได้ด้วยดี ตรงไหนที่มีคำวิพากษ์วิจารณ์เชิงสร้างสรรค์หวังดีกับประเทศหวังดีกับรัฐบาล หวังดีกับประชาชน พวกเราทุกคนไม่ใช่รับฟังอย่างเดียว ยังนำมาปฏิบัติด้วย และพร้อมบอกว่าสิ่งที่เราได้แก้ไขได้รับฟังมาจากผู้ให้คำแนะนำต่างๆ ทำประเทศไปในทางสร้างสรรค์แบบนี้ดีกว่า บ้านเมืองเรามีกระบวนการยุติธรรมอยู่แล้ว ใครไม่พอใจอะไรก็ใช้กระบวนการยุติธรรมตัดสิน อย่าไปใช้ความรู้สึกส่วนตัว อย่าไปใช้บทวิเคราะห์ของตัวเองหรือตามสื่อต่างๆเข้ามาตัดสินว่านี้คือสิ่งที่มันกำลังจะเกิดขึ้น ไม่ใช่หรอกครับ รัฐบาลตอนนี้กำลังเดินหน้าไปพัฒนาทุกมิติได้ด้วยความก้าวหน้าและมีผลงานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทุกวัน“ นายอนุทิน กล่าว.