เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์ประสานงานพรรคภูมิใจไทย นครศรีธรรมราช โดย น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สส.นครศรีธรรมราช พรรคภูมิใจไทย ส่งคณะทำงานเข้าร่วมประสานกับ อบจ.นครศรีธรรมราช ฝ่ายปกครองอำเภอขนอม ตำรวจ สภ.ขนอม พมจ.นครศรีธรรมราช ผู้บริหารเทศบาลตำบลขนอม กำนัน ผู้ใหญ่บ้านฝ่ายท้องที่ ครูโรงเรียนที่นักเรียนสังกัดอยู่ พร้อมทั้ง อพม., อสม.อำเภอขนอม เข้าให้ความช่วยเหลือเด็ก 3 พี่น้อง โดยมีพี่คนโตเป็นชายอายุ 13 ปี คนกลางเป็นหญิงอายุ 11 ขวบ และคนเล็กเป็นชายอายุ 7 ขวบ ที่บ้านหลังหนึ่งในตำบลขนอม

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเด็กทั้ง 3 คน ได้พยายามจะเดินลงทะเลเพื่อจบชีวิตตัวเอง แต่ได้ถูกช่วยเหลือไว้ได้ สาเหตุมาจาก 3 พี่น้องถูกพ่อบังเกิดเกล้าทำร้าย และบังคับให้ถือขันไปตระเวนขอทานเพื่อเอาเงินมาให้พ่อซื้อยาเสพติด โดยพ่อมีอาการจิตเวชอย่างรุนแรง มักก่อเหตุทำร้ายเด็ก รวมไปถึงปู่-ย่าของเด็ก แล้วยังทั้งอาละวาดระรานเพื่อนบ้านบ่อยครั้ง หากรู้ว่ามีความพยายามในการช่วยเหลือเด็กทั้ง 3 คน ส่วนแม่ของเด็กต้องหลบไปอาศัยที่อื่น เนื่องจากถูกสามีทำร้ายร่างกายอย่างหนักหลายครั้งหวั่นเกรงว่าจะถูกฆ่าตาย หากยังอยู่ด้วยกัน

อย่างไรก็ตาม พ่อของเด็กทั้งสาม ขณะนี้อยู่ระหว่างถูกคุมขังจากพฤติการณ์พยายามเข้าทำร้ายพ่อของตัวเองหรือปู่ของเด็กขณะขี่ จยย. แต่โชคยังดีที่ขี่ จยย. หนีเข้าไปใน สภ.ขนอม ได้ทัน ตำรวจจึงให้ความช่วยและจับกุมลูกคลั่งยาไว้ได้ และยังเหลืออีกประมาณ 10 วัน ที่พ่อของเด็กทั้ง 3 คนรายนี้จะต้องถูกปล่อยตัว และวงจรเดิมจะกลับมาอีกครั้ง จึงต้องเร่งเข้าให้ความช่วยเหลือเด็กทั้ง 3 ราย

หลังจากที่ทุกฝ่ายได้เข้าถึงครอบครัวนี้และให้ความช่วยเหลือ ได้ร่วมกันหารือเพื่อให้เด็กทั้ง 3 ราย ได้ใช้ชีวิตและเรียนที่โรงเรียนใช้ชีวิตได้อย่างปกติ นอกจากนั้นได้เตรียมวิธีการดำเนินคดีตามกฎหมาย เนื่องจากพฤติการณ์ของพ่อเด็กเข้าข่ายผิดกฎหมายคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กและเยาวชน หลายกรรม และมีแนวโน้มที่จะเข้าลักษณะความผิดการค้ามนุษย์ กรณีบังคับให้เด็กทั้ง 3 ราย ไปตระเวนขอทานหารายเงินมาให้ ขณะนี้ตำรวจได้มีการประสานงานกับเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพ เข้าร่วมการสอบสวนข้อมูลจากทั้ง 3 พี่น้อง เพื่อเตรียมเข้าสู่ขั้นตอนการดำเนินคดี ส่วนปู่ของเด็กได้เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายคุมตัวลูกชายผู้มีพฤติการณ์นี้ไว้อย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าหากถูกปล่อยกลับมา จะถึงขั้นต้องมีการตายเกิดขึ้นแน่.