เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 69 นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ผลักดันความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศไทย และสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ด้วยการลงนามขอบเขตอำนาจหน้าที่ (Terms of Reference : TOR) ว่าด้วยการจัดตั้งคณะทำงานร่วม ด้านการจัดการคุณภาพน้ำในแม่น้ำที่เป็นพรมแดน และแม่น้ำที่ไหลผ่านระหว่างสองประเทศ เพื่อยกระดับการเฝ้าระวัง การติดตาม และการแลกเปลี่ยนข้อมูลคุณภาพน้ำ รวมทั้งกำหนดมาตรการร่วมในการป้องกัน และแก้ไขปัญหามลพิษข้ามพรมแดนอย่างเป็นระบบ อันจะนำไปสู่การคุ้มครองทรัพยากรน้ำ ระบบนิเวศ และคุณภาพชีวิตของประชาชน ในพื้นที่ชายแดนอย่างยั่งยืน

ในโอกาสนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและนายมิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ร่วมเป็นประธานในพิธีและเป็นสักขีพยานการลงนามระหว่าง ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัด ทส. และนายลา เมาง์ เต็ง ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ซึ่งร่วมลงนามใน TOR ว่าด้วยการจัดตั้งคณะทำงานร่วมด้านการจัดการคุณภาพน้ำ โดยมีนายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงฯ ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีดังกล่าวด้วย

นายสุชาติ กล่าวว่า การลงนามในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสอันดี ในการยกระดับความร่วมมือ เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหามลพิษข้ามพรมแดน ความร่วมมือดังกล่าว จะมีส่วนสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน และสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลทั้งสองประเทศในการร่วมกันแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังส่งเสริมให้ทุกภาคส่วน เข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนการดำเนินงาน เพื่อเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน นำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดี และความมั่นคงด้านสิ่งแวดล้อมของประชาชนทั้งสองประเทศ

ทั้งนี้ สาระสำคัญของ TOR คือ การจัดตั้งกลไกความร่วมมือระหว่างไทยและเมียนมาในการติดตาม เฝ้าระวัง แลกเปลี่ยนข้อมูล และองค์ความรู้ รวมทั้งกำหนดมาตรการร่วมในการบริหารจัดการคุณภาพน้ำในแม่น้ำพรมแดนอย่างเป็นระบบ เพื่อให้สามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนในพื้นที่ชายแดน โดย TOR มีผลบังคับใช้เป็นระยะเวลา 3 ปี นับตั้งแต่วันที่ทั้งสองฝ่ายลงนาม

ภายหลังการลงนาม ทั้งสองประเทศจะจัดตั้งคณะทำงานร่วม ทั้งในระดับกระทรวงและระดับกรม เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยบูรณาการการทำงานของหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อม ในการติดตามสถานการณ์คุณภาพน้ำ การแลกเปลี่ยนข้อมูลทางวิชาการ และการกำหนดแนวทางป้องกัน และแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยยกระดับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ลดความเสี่ยงจากมลพิษ และสร้างความมั่นคงด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่ประชาชนทั้งสองประเทศในระยะยาว ทั้งนี้ ประเทศไทย จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม คณะทำงานร่วมจัดการคุณภาพน้ำ ระหว่างไทยและเมียนมาในโอกาสต่อไป