การบริหารร่างกายด้วยการแกว่งแขนเป็นกิจกรรมที่ปฏิบัติได้ง่าย ทำได้ทุกสถานที่ สะดวก ปลอดภัย โดยไม่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บแก่ร่างกายหากปฏิบัติอย่างถูกวิธี  หลักการแกว่งแขนออกกำลังกาย  คือ แกว่งแขนให้ถูกวิธีต่อเนื่องสะสมอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน จะช่วยพัฒนาระบบไหลเวียนโลหิตของร่ายกาย ทำให้สุขภาพแข็งแรง หรือแกว่งแขนสะสมครั้งละ 10 นาที รวม 30 นาทีต่อวัน เป็นประจำทุกวันสม่ำเสมอควบคู่กับการควบคุมอาหารจะช่วยให้สามารถลดพุง ลดโรค  ประโยชน์ของการแกว่งแขนคือ ลดการสะสมของไขมัน ลดความเครียด ลดอาการปวด คอ บ่า ไหล่ จากาการทำงาน

การแกว่งแขนที่ถูกวิธี

ยืนตัวตรง เข่าไม่งอ แยกเท้าทั้ง 2 ข้างออกจากกัน โดยมีระยะห่างประมาณความกว้างหัวไหล่

ปล่อยมือทั้ง 2 ข้างลงตามธรรมชาติ อย่าเกร็ง ให้นิ้วมือชิดกัน หันอุ้งมือไปข้างหน้า

หดท้องน้อยเข้า เอวตั้งตรง เหยียดหลัง ผ่อนคลายกระดูกลำคอ ศีรษะ และปาก ผ่อนคลายตามธรรมชาติ

จิกปลายนิ้วเท้ายึดเกาะพื้น ส้นเท้าออกแรงเหยียบลงบนพื้นให้แน่น

ควรงอบั้นท้ายขึ้นเล็กน้อย ระหว่างบริหารต้องหดก้น หรือขมิบทวารหนัก 

ตามองไปจุดใดจุดหนึ่ง ทำสมาธิให้ความรู้สึกอยู่ที่เท้า

แกว่งแขนไปข้างหน้าเบาๆ ทำมุม 30 องศา กับลำตัว และหายใจเข้า แล้วแกว่งแขนไปข้างหลังให้แรง ทำมุม 60 องศา กับลำตัว แล้วปล่อยให้เหวี่ยงกลับมาหายใจออกขณะแกว่งไปข้างหลัง 

ควรทำต่อเนื่องอย่างน้อยครั้งละ 10 นาที และใน 1 วัน ควรทำรวมกันให้ได้อย่างน้อย 30 นาที ทำสัปดาห์ละ 5 ครั้ง หากทำติดต่อกันอย่างน้อย 1 เดือนครึ่ง จะเห็นผลลัพธ์  

การแกว่งแขนดูเหมือนใช้กำลังแขน แต่ที่จริงเราได้ออกกำลังโดยใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ด้านล่างถึง 12 มัด เช่น กล้ามเนื้อสะโพก กล้ามเนื้อต้นข้าด้านหน้าและด้านหลัง กล้ามเนื้อส่วนน่องด้านสันหน้าแข้งและน่องด้านหลัง กล้ามเนื้อที่ฝ่าเท้า  การแกว่งแขนจะเหมือนกับการออกกำลังกายโดยการเดิน เพียงแต่การเดินร่างกายมีการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าแกว่งแขนสลับซ้ายขวา ส่วนการแกว่งแขนนั้นร่างกายอยู่กับที่ แกว่งแขนซ้ายและขวาไปข้างหน้าและข้างหลังพร้อมกัน 

( ขอขอบคุณข้อมูลจาก ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ )