จากกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้จัดตั้ง คณะกรรมการนโยบายดาต้า เซ็นเตอร์ (Data Center) เพื่อเข้ามากำหนดนโยบายและวางทิศทางการลงทุน ซึ่งในปัจจุบันกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ถือเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจยุคใหม่ที่ต้องใช้ความรวดเร็วในการประมวลผลของข้อมูล ประกอบกับกิจการดาต้าเซ็นเตอร์มีการขอส่งเสริมการลงทุนเข้ามายังประเทศไทยเป็นจำนวนมาก

สาเหตุหลักในการจัดตั้งคณะกรรมการชุดนี้ เนื่องจากรัฐบาลเล็งเห็นว่าธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ หรือศูนย์ข้อมูลเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญยิ่งในการให้บริการ Cloud ทั้งภาครัฐและเอกชน การมีกลไกเชิงนโยบายที่ชัดเจนจะช่วยให้ธุรกิจไทยเข้าถึงเทคโนโลยี AI และดิจิทัลได้อย่างเต็มที่ พร้อมทั้งปรับโครงสร้างการส่งเสริมการลงทุนให้เอื้อต่ออุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ

สำหรับองค์ประกอบของคณะกรรมการชุดนี้ ประกอบด้วยคณะรัฐมนตรี ผู้บริหารระดับสูงจากหลายภาคส่วน และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับการแต่งตั้งรวมกว่า 21 คนเพื่อให้เกิดการทำงานแบบบูรณาการจากภาคนโยบายไปสู่การปฏิบัติร่วมกัน ได้แก่  

  • ประธานกรรมการ ได้แก่ รองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย
  • รองประธานกรรมการ จำนวน 3 คน ได้แก่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นรองประธานกรรมการคนที่ 1 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นรองประธานกรรมการคนที่ 2 และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นรองประธานกรรมการคนที่ 3  
  • มีกรรมการโดยตำแหน่งรวม 13 ตำแหน่ง ได้แก่ ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปลัดกระทรวงพลังงาน ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) รวมทั้งมีการเพิ่มตำแหน่งปลัดกระทรวงพาณิชย์ เข้ามาเป็นกรรมการโดยตำแหน่งตามมติ ครม.ล่าสุดด้วย
  • กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ให้นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งได้ไม่เกิน 3 คน และมีวาระคราวละ 2 ปี และดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน 2 วาระ และมอบหมายให้เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ “สภาพัฒน์” รับหน้าที่เป็นกรรมการและเลขานุการ

สำหรับอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการนโยบายดาต้าเซ็นเตอร์มีอำนาจหน้าที่ดังนี้ 

1.เสนอนโยบาย มาตรฐาน และกรอบแนวทางการปฏิบัติของหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องในการอนุมัติ อนุญาต ออกบัตรส่งเสริมการลงทุน หรือให้บริการต่าง ๆ ที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ในราชอาณาจักรต่อคณะรัฐมนตรี

2.ศึกษาวิเคราะห์ และติดตามประเมินผลกระทบของการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ เสนอต่อคณะรัฐมนตรี

3.แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ เพื่อพิจารณาหรือทำการใด ๆ ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

4.ปฏิบัติการอื่นใด ตามที่คณะรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีมอบหมาย

สำหรับกรอบการอนุมัติโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ของประเทศไทย ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีฉบับนี้ ประกอบไปด้วย 

1.คำนึงถึงผลประโยชน์ในทางเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม

2.มุ่งให้มีการใช้พลังงานสะอาด การรักษาความมั่นคงทางพลังงาน ราคาพลังงานที่เป็นธรรม 

3.การจัดสรรทรัพยากรอย่างเป็นธรรมและเกิดประโยชน์สูงสุด เกิดประสิทธิผลในการใช้พลังงานไฟฟ้าและน้ำ การผังเมือง การรักษาความปลอดภัยสาธารณะ โดยเฉพาะจากอัคคีภัย การป้องกันและเยียวยาผลกระทบ ที่อาจเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อมและความเป็นอยู่โดยปกติสุขของประชาชนและชุมชน และเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนของประเทศด้วย

4.การรักษาอธิปไตยด้านข้อมูลของประเทศ ซึ่งเป็นหลักสำคัญของความมั่นคงของการรักษาข้อมูลของประเทศ 

ในกรณีที่มีปัญหาขัดข้องในการปฏิบัติตามมติ ครม.ดังกล่าวในเรื่องใด ให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องรายงานคณะกรรมการเพื่อพิจารณาและเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องนั้น ทั้งนี้ เมื่อ ครม. มีมติเห็นชอบแนวทางใดแล้ว หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการตามและรายงานผลให้คณะกรรมการทราบทุก 3 เดือน เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายดาต้าเซ็นเตอร์ของไทยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน