สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 8 ก.ค. ว่ารัฐบาลอินโดนีเซียออกแถลงการณ์ ว่านายแอร์ลังกา ฮาร์ตาโต รัฐมนตรีประสานงานด้านเศรษฐกิจ อยู่ระหว่างเดินทางจากเมืองรีโอเดจาเนโรของบราซิล หลังเสร็จสิ้นการเข้าร่วมประชุมกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ “บริกส์” ไปยังกรุงวอชิงตัน เพื่อพบหารือกับเจ้าหน้าที่ของสหรัฐ หลังอินโดนีเซียเป็น 1 ใน 14 ประเทศแรก ที่ได้รับจดหมายแจ้งอัตราภาษีใหม่ จากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งจะมีผลในวันที่ 1 ส.ค. นี้


ทั้งนี้ อินโดนีเซียซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยื่นข้อเสนอมากมายให้กับสหรัฐ ตั้งแต่ช่วงต้นของการเจรจา รวมถึงข้อเสนอที่จะเพิ่มการลงทุน “มหาศาล” ในอเมริกา และการเพิ่มโควตานำเข้าสินค้าเกษตร สินค้าโภคภัณฑ์ และพลังงานอีกมากมาย รวมมูลค่าสูงถึง 34,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.1 ล้านล้านบาท)


อย่างไรก็ตาม มีการวิเคราะห์เช่นกันว่า มาตรการภาษีของสหรัฐมีแนวโน้มส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออินโดนีเซีย ซึ่งเป็นผู้ส่งออกน้ำมันปาล์มรายใหญ่ที่สุดของโลก และมีสหรัฐเป็นตลาดผู้รับซื้อน้ำมันปาล์มรายใหญ่ ด้วยสัดส่วน 85% เนื่องจากกำแพงภาษีอาจทำให้อินโดนีเซียสูญเสียส่วนแบ่งไปให้กับมาเลเซีย ซึ่งเป็นผู้ส่งออกน้ำมันปาล์มรายใหญ่อันดับสองของโลก ที่ตอนนี้เผชิญกับอัตราภาษีของสหรัฐ 25%.

เครดิตภาพ : AFP