เมื่อวันที่ 8 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบแนวทางการผ่อนผันให้แรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาซึ่งได้รับการขยายระยะเวลาการดำเนินการตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 2568 อยู่ในราชอาณาจักรไทยเป็นการชั่วคราวและทำงานต่อไป อีกทั้งมีมติเห็นชอบร่างประกาศที่เกี่ยวข้อง 2 ฉบับ ได้แก่ 1) ร่างประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ สำหรับคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา 2) ร่างประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวทำงานในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ สำหรับคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา อีกทั้งให้กระทรวงแรงงาน โดยกรมจัดหางาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามแนวทางการผ่อนผันให้แรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ซึ่งได้รับการขยายระยะเวลาการดำเนินการตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 2568 อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวและทำงานต่อไป รวมถึงประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้และความเข้าใจง่ายให้นายจ้างหรือผู้ประกอบการ แรงงานต่างด้าว และผู้ที่เกี่ยวข้องรับทราบข้อมูลการดำเนินการดังกล่าวอย่างทั่วถึง
น.ส.ศศิกานต์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานได้กำหนดแนวทางการผ่อนผันให้กับกลุ่มคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมาที่นายจ้างยื่นบัญชีรายชื่อความต้องการจ้างรายงานไว้แล้วภายในวันที่ 13 ก.พ. 2568 ซึ่งเป็นมติ ครม.เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 2568 ที่ได้รับการขยายระยะเวลาให้อยู่ในราชอาณาจักร และทำงานในราชอาณาจักรชั่วคราวได้ถึงวันที่ 13 ส.ค. 2568 โดยที่นายจ้างจะต้องดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องครบถ้วนภายในวันที่ 13 ส.ค. 2568 และเมื่อรับรองบัญชีรายชื่อความต้องการจ้างรายงานจากประเทศต้นทางแล้ว ให้นายจ้างยื่นคำขออนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าว หากมีการดำเนินการครบถ้วนภายในระยะเวลาการดำเนินการดังกล่าว ก็จะอนุญาตให้ทำงานได้ถึงวันที่ 13 ก.พ.2570
น.ส.ศศิกานต์ กล่าวว่า แต่เนื่องจากเกิดความขัดข้องบางประการที่ทำให้ทางการเมียนมาซึ่งเป็นประเทศต้นทาง ไม่สามารถดำเนินการรองรับบัญชีรายชื่อความต้องการจ้างแรงงานที่นายจ้างยื่นไว้ได้ ทำให้ขั้นตอนการยื่นคำขออนุญาตทำงานซึ่งเป็นขั้นตอนภายหลังจากการมีการรับรองบัญชีรายชื่อดังกล่าวจากประเทศต้นทาง และการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอาจจะไม่สามารถดำเนินการได้ทันภายในวันที่ 13 ส.ค. 2568 จึงจำเป็นจะต้องผ่อนผันให้กลุ่มแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาตามบัญชีรายชื่อความต้องการจ้างแรงงานให้สามารถอยู่ในราชอาณาจักร และสามารถทำงานในราชอาณาจักรไทยต่อไปได้อีก 6 เดือน ซึ่งเป็นช่วงเวลาระหว่างวันที่ 14 ส.ค. 2568-13 ก.พ. 2569 เพื่อให้นายจ้างและคนต่างด้าวไปจัดการในส่วนที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน จะเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการขาดแคลนแรงงาน จนกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ



