ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 68 นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ได้นัดประชุมหารือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนชุดใหญ่ เพื่อจัดเตรียมมาตรการเยียวยาเพิ่มเติม รับมือการเก็บภาษีตอบโต้จากสหรัฐ ที่จะเริ่ม 1 ส.ค.นี้ โดยมีตัวแทนฝั่งภาครัฐเป็นทีมไทยแลนด์ ขณะที่ภาคเอกชนมาจากตัวแทนคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้แก่ หอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) รวมถึงสมาคมธนาคารไทย และยังมีเอกชนรายใหญ่ เช่น ปตท.  ซีพี ถึงแนวทางการออกไปลงทุนในสหรัฐ

“การหารือวันนี้ มีเป้าหมายเพื่อรับฟังข้อคิดเห็นจากทุกภาคส่วนมาจัดทำมาตรการช่วยเหลือภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็นผู้ส่งออก โรงงานอุตสาหกรรม เอสเอ็มอีที่มีอยู่ในซัพพลายเชนการผลิต การจ้างงาน ภาคการเกษตร เนื่องจากคาดว่าการส่งออกตั้งแต่เดือน ก.ค.นี้ มีโอกาสหดตัวอย่างรุนแรง  โดยปัจจุบัน รัฐบาลมีงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจที่ยังเหลือจากครั้งก่อน 4 หมื่นล้านบาท ซึ่งสามารถนำมาจัดสรรช่วยเหลือได้ รวมถึงหากจำเป็นก็อาจทบทวนงบกระตุ้นเศรษฐกิจก้อนเดิมที่อนุมัติไปแล้ว 1.15 แสนล้านบาทเข้ามาดูแลด้วย” 

สำหรับแนวทางมาตรการ จะมีทั้งการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ เช่น การชดเชยการจ้างงาน การเพิ่มสภาพคล่อง สินเชื่อให้แก่โรงงานผลิต ผู้ส่งออก การให้ภาครัฐช่วยส่งเสริมหาตลาดใหม่ ตลอดจนการเพิ่มความเข้มข้นการตรวจสอบสินค้าสวมสิทธิ เป็นต้น