วานนี้ (5 ส.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานกรณีเด็กหนุ่มชาวจีนวัย 18 ปี ประสบภาวะสูญเสียการได้ยินชั่วคราว หลังฟังเสียงร้องหึ่งๆ ของฝูงจักจั่นเป็นเวลานานหลายชั่วโมง 

ข่าวนี้ได้รับความสนใจอย่างมากบนโซเชียลมีเดียของจีนจนมียอดเข้าชมข่าวสูงถึง 4.5 ล้านครั้ง เนื่องจากคนส่วนใหญ่ยังเชื่อว่า เสียงจากธรรมชาติจะไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ

รายงานจากสำนักข่าวซานเตี้ยนนิวส์ระบุว่า เด็กหนุ่มคนดังกล่าวซึ่งระบุเพียงชื่อสกุลในข่าวว่าแซ่หยาง อาศัยอยู่ที่เมืองหนิงโป มณฑลเจ้อเจียง เขาได้ไปตั้งค่ายกางเต็นท์ในป่าแห่งหนึ่งเมื่อช่วงต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เขาต้องเผชิญกับเสียงจักจั่นที่ร้องระงมอย่างหนักในป่าทึบตอนช่วงเที่ยงวันโดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกันเสียงใดๆ และอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยเสียงดังอย่างนั้นเป็นเวลานานถึง 4 ชั่วโมง

พอตกเย็น หยางเริ่มรู้สึกอื้อและแน่นในหู ทั้งยังมีอาการหูบวม เขาเริ่มมีปัญหาในการฟังเสียงที่มีความถี่สูง เช่น เสียงนกร้อง หรือเสียงการแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือ

หลังจากเข้ารับการรักษาในเวลาต่อมา หยางได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะสูญเสียการได้ยินชั่วคราวเนื่องจากได้ยินเสียงดังอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การได้ยินของเขากลับคืนสู่สภาวะปกติหลังจากได้รับการรักษาและต้องหลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่ที่มีเสียงดังเป็นเวลา 14 วัน

นายแพทย์หลี่จี ซึ่งเป็นแพทย์อาวุโสประจำแผนกหู คอ จมูก จากโรงพยาบาลหลักในเครือมหาวิทยาลัยหนิงโป เปิดเผยว่า ทางโรงพยาบาลพบผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากเสียงจักจั่นจำนวนมากในทุกๆ ฤดูร้อน 

“หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเสียงธรรมชาติไม่เป็นอันตรายต่อหู” หมอหลี่กล่าวในการให้สัมภาษณ์ พร้อมอธิบายเพิ่มเติมว่า แม้จักจั่นตัวเดียวจะทำเสียงดังได้ราว 70 เดซิเบลซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อหูมนุษย์ แต่การรวมตัวร้องประสานเสียงของพวกมันสามารถดังทะลุ 85 เดซิเบลได้ ซึ่งเป็นเกณฑ์เริ่มต้นของระดับเสียงที่จะเริ่มทำให้การได้ยินเสียงของมนุษย์เสียหาย 

“เซลล์ขนในหูชั้นในอาจเกิดอาการบวมน้ำเพราะอาการระคายเคืองที่เกิดจากการได้ยินเสียงดังในระยะเวลาสั้นๆ ซึ่งโดยทั่วไปผู้ป่วยจะฟื้นตัวได้หลังจากหลีกเลี่ยงสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดังและพักผ่อนเป็นเวลา 1-2 สัปดาห์” หมอหลี่กล่าว “แต่หากเซลล์ขนเหล่านั้นเกิดเสียหายหรือตายลงอย่างเฉียบพลัน เซลล์ส่วนนี้จะสร้างตัวเองขึ้นมาใหม่ไม่ได้ การสูญเสียการได้ยินที่เกิดขึ้นตามมาจะเป็นแบบถาวรและไม่สามารถย้อนกลับไปเหมือนเดิมได้ ทำให้ผู้ป่วยต้องพึ่งพาเครื่องช่วยฟังตลอดไป”

เรื่องราวดังกล่าวกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักบนโลกออนไลน์ของจีน ชาวเน็ตรายหนึ่งคอมเมนต์ว่า “คุณพระ! ได้ความรู้ใหม่เลย ฉันเคยคิดว่าการได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติและฟังเสียงจักจั่นร้องมันสดชื่นดีซะอีก ที่ไหนได้กลับเป็นความเสี่ยงต่อสุขภาพ” ขณะที่อีกคนเข้ามาเสริมเชิงตลกขบขันว่า “ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมผู้สูงอายุในแถบชนบทส่วนใหญ่ถึงได้หูตึงกัน”

เรียบเรียงโดย :  ทีมข่าวต่างประเทศ

ที่มา : scmp.com

เครดิตภาพ : Dan Keck from Pixabay