เมื่อวันที่ 10 ก.ค. ที่ รพ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายนต รุจิรวงศ์ เลขานุการคณะกรรมการบริหารเดลินิวส์ ร่วมกิจกรรมในโครงการ “เดลินิวส์-ศิริราช 60 ชีวิต 60 ก้าวใหม่” ที่ทาง เดลินิวส์ โดยมูลนิธิแสง-ไซ้กี เหตระกูล และภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิคส์และกายภาพบำบัด คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล นำโดย ศ.นพ.กีรติ เจริญชลวานิช หัวหน้าภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิคส์และกายภาพบำบัด และในฐานะประธานราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย ร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมขาดแคลนทุนทรัพย์ในการผ่าตัดและอยู่ห่างไกลในพื้นที่ถิ่นทุรกันดาร


โดยการผ่าตัดครั้งนี้ ที่ รพ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีทีมศัลยแพทย์ วิสัญญีแพทย์ และพยาบาล ประกอบไปด้วย ศ.นพ.กีรติ เจริญชลวานิช, นพ.กิจ อวิโรธนานนท์, นพ.นิชวัฒน์ เปียวนิช, รศ.นพ.ระพีพัฒน์ นาคบุญนำ, นพ.ปพณ หิรัญโชติ, นพ.นิชวัฒน์ เปียวนิช, นพ.ฐิตินันท์ ธาราทิพยกุล, นพ.พยัพ พยัพพานนท์, นพ.สิโรตม์ อมรานันทกิจ, พญ.ภมรา ซุ้มโชคชัยกุล, พญ.ภัทรณี ศรีชัยรัตนกูล และ น.ส.ภัทรกร ทับทิมทอง (วิสัญญี)

นายนต รุจิรวงศ์ เลขานุการคณะกรรมการบริหารเดลินิวส์ เปิดเผยว่า ในวันนี้ ตนได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนจากมูลนิธิแสง-ไซ้กี เหตระกูล และเดลินิวส์ เดินทางมามอบความปรารถนาดีและความห่วงใยจากใจ มายังพี่น้องประชาชนในอำเภอบางสะพาน และพื้นที่ใกล้เคียง


โดยทางมูลนิธิฯ และเดลินิวส์ ตระหนักถึงความยากลำบากของผู้ป่วยที่ขาดโอกาสในการเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่จำเป็น โดยเฉพาะการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงและยังขาดแคลนในพื้นที่ห่างไกล เราจึงขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนโครงการ ‘60 ชีวิต 60 ก้าวใหม่’ ที่มุ่งหวังจะช่วยเหลือผู้ป่วยด้อยโอกาสที่มีความจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

“จากการประสานงานกับคณะแพทย์ในพื้นที่ ทราบว่ามีประชาชนจำนวนมากที่มีความประสงค์เข้าร่วมโครงการนี้ ซึ่งสะท้อนถึงความจำเป็นและความสำคัญของการดำเนินโครงการดังกล่าว ทางมูลนิธิฯ และเดลินิวส์ จึงขอร่วมส่งต่อโอกาสนี้ให้กับทุกท่านด้วยความเต็มใจและจริงใจ” นายนต รุจิรวงศ์ เลขานุการคณะกรรมการบริหารเดลินิวส์ กล่าว


ศ.นพ.กีรติ เจริญชลวานิช หัวหน้าภาควิชาออร์โธปิดิคส์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวถึงโครงการ “60 ชีวิต 60 ก้าวใหม่” ว่า การผ่าตัดข้อเข่าเทียมในครั้งนี้ ได้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี โดยมีผู้ป่วยจำนวน 15 ราย รวมทั้งสิ้น 24 ข้อเข่า เข้ารับการผ่าตัด ซึ่งแต่ละรายใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 1-2 ชั่วโมง และหลังจากนั้นสามารถพักฟื้นในโรงพยาบาลเพียงระยะสั้นๆ ก่อนที่จะกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ
“ขอขอบคุณทีมแพทย์จากศูนย์ออร์โธปิดิคส์ โรงพยาบาลศิริราช ทีมพยาบาลและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลบางสะพาน ที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการดูแลผู้ป่วยทุกขั้นตอนอย่างเต็มที่ ที่สำคัญที่สุด ขอขอบพระคุณมูลนิธิแสง-ไซ้กี เหตระกูล และผู้บริหารเดลินิวส์เป็นอย่างยิ่ง ที่ได้เล็งเห็นความสำคัญของคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยในถิ่นทุรกันดาร และให้การสนับสนุนโครงการนี้จนสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี” หัวหน้าภาควิชาออร์โธปิดิคส์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าว

ด้านนายแพทย์เชิดชาย ชยวัฑโฒ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางสะพาน กล่าวว่า รู้สึกยินดีและซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้เห็นผู้ป่วยจำนวน 15 ราย รวมทั้งสิ้น 24 ข้อเข่า ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีในครั้งนี้ ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาเดินได้อย่างปกติ แต่ยังทำให้พวกเขาสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ในนามของโรงพยาบาลบางสะพาน ขอขอบคุณมูลนิธิแสง-ไซ้กี เหตระกูล และผู้บริหารเดลินิวส์อย่างสุดซึ้ง ที่ได้มอบโอกาสอันมีค่านี้ให้แก่ผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งส่วนใหญ่ขาดโอกาสในการเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพ


นอกจากนี้ การผ่าตัดในครั้งนี้ยังเป็นโอกาสอันดีที่ทีมแพทย์และพยาบาลของโรงพยาบาลบางสะพาน จะได้เรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่
“พวกเรารู้สึกดีใจแทนผู้ป่วยทุกคนที่ได้รับโอกาสครั้งสำคัญนี้ และขอขอบคุณทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วมในการทำให้โครงการเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมและเปี่ยมด้วยความเมตตา” ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางสะพาน กล่าวในที่สุด

ผู้ป่วยต่างกล่าวขอบคุณ มูลนิธิแสง-ไซ้กี เหตระกูล, เดลินิวส์, ภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิคส์และกายภาพบำบัด คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และโรงพยาบาลบางสะพาน ที่ร่วมกันสร้างโอกาสในการรักษาให้กับประชาชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ไม่เพียงมอบการรักษาทางการแพทย์ แต่ยังเป็นการมอบความหวังและกำลังใจในการใช้ชีวิตให้กับผู้ป่วยอีกครั้ง
“หลังผ่าตัดสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ไม่ต้องรบกวนลูกหลาน รู้สึกเหมือนได้ชีวิตใหม่” ผู้ป่วยรายหนึ่งกล่าวด้วยความประทับใจ พร้อมทั้งขอบคุณทีมแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ที่ดูแลด้วยความเมตตาและใส่ใจ ทำให้การเข้ารับบริการเป็นไปอย่างราบรื่นและอบอุ่นใจ.




