เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 18 มิ.ย. ที่วัดโสภณวนาราม ตำบลมาบตาพุด อำเภอเมือง จังหวัดระยอง สภาวัฒนธรรมเทศบาลนครมาบตาพุด ร่วมกับสภาวัฒนธรรมจังหวัดระยอง และเครือข่ายทางวัฒนธรรม จัดโครงการ “สืบสาน รักษา ต่อยอด อนุรักษ์ผ้าไทยพื้นถิ่น เอกลักษณ์ถิ่นระยอง เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี” ภายใต้กิจกรรม “นิทรรศการศิลปะร่วมสมัยผ้าตากะหมุกระยอง จากผ้าไทยพื้นบ้านสู่ชุดไทยพระราชนิยมและชุดไทยพระราชทาน” เพื่อส่งเสริมและเผยแพร่มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของจังหวัดระยอง

โดยมีนายถวิล โพธิบัวทอง นายกเทศมนตรีนครมาบตาพุด เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วย นายพงศ์ปณต ใจยา ผู้ช่วยเลขานุการสภาวัฒนธรรมจังหวัดระยอง นางสุชามาทย์ ใจยา ประธานสภาวัฒนธรรมเทศบาลนครมาบตาพุด ดร.อณัญญา พยัฆเษม ที่ปรึกษาสภาวัฒนธรรมเทศบาลนครมาบตาพุด คณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคอุตสาหกรรม ผู้นำชุมชน สมาชิกชมรม และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

นายพงศ์ปณต ใจยา ผู้ช่วยเลขานุการสภาวัฒนธรรมจังหวัดระยอง ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสืบสาน รักษา และต่อยอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของจังหวัดระยอง โดยเฉพาะ “ผ้าตากะหมุก” ซึ่งเป็นผ้าพื้นถิ่นที่มีคุณค่าและมีเอกลักษณ์โดดเด่น สะท้อนถึงวิถีชีวิต ภูมิปัญญา และอัตลักษณ์ของชาวระยองที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน อีกทั้งยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความผูกพันระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับประชาชนในท้องถิ่น

ผู้ช่วยเลขานุการสภาวัฒนธรรมจังหวัดระยอง กล่าวอีกว่า โครงการดังกล่าวยังเป็นการสนองแนวพระราชปณิธานในการอนุรักษ์และส่งเสริมการใช้ผ้าไทย โดยมุ่งเผยแพร่ “ผ้าตากะหมุก” ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นลายผ้าประจำจังหวัดระยอง ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง พร้อมปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนเห็นคุณค่าและร่วมกันอนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าให้คงอยู่สืบไป

นอกจากนี้ ศูนย์การเรียนรู้และอนุรักษ์ผ้าตากะหมุก มาบตาพุด ยังได้รับการคัดเลือกเป็น 1 ใน 16 แห่งของประเทศ ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมในส่วนภูมิภาค เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมศิลปะและวัฒนธรรม (Soft Power) ประจำปี 2569 นับเป็นความภาคภูมิใจของชาวระยอง และเป็นก้าวสำคัญในการผลักดุนทุนทางวัฒนธรรมสู่การพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ การดำเนินโครงการได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ตลอดจนคณะสงฆ์ในพื้นที่เป็นอย่างดี สะท้อนถึงพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการอนุรักษ์และต่อยอดมรดกวัฒนธรรมท้องถิ่น พร้อมผลักดัน “ผ้าตากะหมุก” ให้เป็นอัตลักษณ์สำคัญของจังหวัดระยอง และเป็นอีกหนึ่งพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศในอนาคต.