เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 18 มิ.ย. 69 ที่ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายพลพีร์ สุวรรณฉวี พร้อมด้วย นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ 2 รมช.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายแก่ส่วนราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมี นายชัยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง ร.ต.อ.เขตรัฐ ชาญศิลป์ นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ร.ต.ต.สิงห์คำ คำยอด ผู้อำนวยการสำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ และข้าราชการในพื้นที่เข้าร่วมประชุม
นายพลพีร์ กล่าวว่า สิ่งที่ต้องการให้ดำเนินการทันทีคือ “การคืนผืนแผ่นดินไทยให้คนไทย” จากกรณีที่ชาวต่างชาติเข้ามาบุกรุกและครอบครองที่ดินเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นการละเมิดกฎหมาย จึงขอให้ทางจังหวัดบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วนเร่งตรวจสอบอย่างเด็ดขาดและถูกต้อง ยืนยันว่าคนทำผิดต้องรับผิด แต่หากใครไม่ผิดก็ต้องชี้แจงตอบคำถามให้เต็มที่ วันนี้เราปิดจังหวัดภูเก็ตไม่ได้ แต่ต้องทำให้ภูเก็ตดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่อยากให้ชาวต่างชาติหรือนอมินีมาถือครองสิทธิพิเศษบนความลำบากของคนไทย และมาเบียดบังการทำงานของข้าราชการ ปัจจุบันยังคงมีผู้ประกอบการสถานบริการที่ละเมิดกฎหมายอยู่ จึงต้องหาจุดกึ่งกลางที่ทำให้ผู้ประกอบการเหล่านี้เข้ามาอยู่ในระบบของภาครัฐเพื่อสามารถบริหารจัดการได้ โดยประชาชนยังคงมีงานทำ ซึ่งหน้าที่สำคัญของกระทรวงมหาดไทยคือการปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย และเปิดโอกาสให้กลุ่มที่ยังไม่ถูกต้องเข้ามาลงทะเบียนกับภาครัฐให้เร็วที่สุด
“การดำเนินงานต่อจากนี้ไม่ใช่การรื้อปัญหา แต่เป็นการรีเซตให้ทุกปัญหาต้องได้รับการแก้ไขแบบไม่ตกหล่น เราต้องทำให้ภาพจำของภูเก็ตดีขึ้น น่าอยู่ น่าเที่ยว และสดใสกว่าเดิม ขอให้ทุกท่านศรัทธาและมั่นใจในการทำงานของกระทรวงมหาดไทย ตนเชื่อมั่นว่าจะสามารถคลี่คลายปัญหาของภูเก็ตลงได้อย่างต่อเนื่อง และทำให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับประชาชนรวมถึงนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ” นายพลพีร์ กล่าว
ด้าน นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ตนและคณะมาด้วยเจตนาดี สิ่งที่ต้องโฟกัสคือการร่วมกันคิดว่าหลังจากนี้อยากให้ภูเก็ตเป็นแบบไหน โดยนำนโยบายของนายกรัฐมนตรีมาขับเคลื่อนให้ชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องโรงแรมและที่ดิน ซึ่งกำลังพยายามลดปัญหาการบุกรุกฝ่าฝืนกฎหมาย เพราะมีคนภูเก็ตและเศรษฐกิจของประเทศเป็นตัวประกัน ดังนั้น จึงต้องหาวิธีจัดการกับเงื่อนไขที่ไม่จำเป็นและเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินกิจการ เพื่อดึงคนที่อยู่นอกระบบเข้ามาสู่ในระบบให้ถูกต้อง
“วันนี้ผมเชื่อมั่นว่าภาคเอกชนพร้อม ภาครัฐพร้อม และนโยบายพร้อม เราต้องเดินไปด้วยกัน และไปจัดการกับคนที่ขัดขวางกระบวนการที่ถูกต้อง ใครอยู่นอกเหนือกฎหมาย เราต้องเร่งปราบปรามให้หมดไป ไม่มีการปกป้องใดๆ ทั้งสิ้น หากพี่น้องข้าราชการที่ยึดมั่นในผลประโยชน์ของประเทศชาติโดนรังแก สามารถรายงานแจ้งตนได้เลย ทางตนและรัฐมนตรีตลอดจนผู้บริหารทุกคนพร้อมเป็นเสาหลักปกป้องให้คนทำถูก เพื่อที่จะช่วยกันพัฒนาภูเก็ตได้เติบโตอย่างมั่นใจไร้ปัญหาที่จะเข้ามากระทบคุณภาพชีวิตพี่น้องประชาชน” นายวรศิษฎ์ กล่าว



