เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. เวลา 09.00 น. ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม รัฐบาลจัดพิธีบรรพชาในโครงการบรรพชาอุปสมบทในพระสังฆราชูปถัมภ์ ถวายพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระบัญชาโปรดมอบหมายให้สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ปฏิบัติหน้าที่แทนพระองค์ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ขณะที่นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วย น.ส.รัชนีพร ธิติทรัพย์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ผู้แทนปลัดกระทรวงคมนาคม ผู้บริหารส่วนราชการ และผู้เข้าร่วมโครงการบรรพชาอุปสมบท เข้าร่วมพิธี

ทั้งนี้ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ประธานฝ่ายสงฆ์ จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย จากนั้น ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ประธานฝ่ายฆราวาส จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และถวายสักการะประธานสงฆ์ ต่อมา ผู้แทนนาคในโครงการบรรพชาอุปสมบทถวายสักการะประธานฝ่ายสงฆ์ และปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ประธานในพิธี ได้กล่าวถวายรายงาน ก่อนที่สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ผู้แทนสมเด็จพระสังฆราช จะประกอบพิธีบรรพชาสามเณรแก่ผู้เข้าร่วมโครงการ พร้อมให้โอวาทแก่สามเณร และบันทึกภาพร่วมกันบริเวณด้านหน้าพระอุโบสถ

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีบรรพชา ผู้บริหารสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงคมนาคมได้ถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ และในเวลา 12.30 น. ผู้บริหารส่วนราชการได้ถวายบาตรแก่สามเณรบริเวณด้านหน้าพระอุโบสถ ก่อนที่สามเณรจะออกเดินทางไปประกอบพิธีอุปสมบท ณ พระอารามที่กำหนด จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม วัดบวรนิเวศวิหาร วัดเทพศิรินทราวาส และวัดบุรณศิริมาตยาราม

สำหรับโครงการบรรพชาอุปสมบทในพระสังฆราชูปถัมภ์ครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อถวายพระกุศลและน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการจำนวน 100 คน ซึ่งจะเข้าศึกษาพระธรรมวินัยและปฏิบัติธรรมตามหลักพระพุทธศาสนา ตลอดระยะเวลาของโครงการ เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนาและน้อมนำหลักธรรมมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตและการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติต่อไป.




