เมื่อพูดถึง “ภาษี” กับ “เงินได้จากต่างประเทศ” นักลงทุนหลายคนอาจเริ่มรู้สึกกังวล แต่ความจริงแล้ว…คุณอาจไม่ต้องเสียภาษีจากกำไรที่ได้รับทั้งหมด กฎเกณฑ์ใหม่ของกรมสรรพากรที่เริ่มใช้ปี 2567 มีรายละเอียดที่ต้องทำความเข้าใจ เพื่อแยกให้ออกว่ารายได้ส่วนไหนต้องนำไปคำนวณภาษี และส่วนไหนคือสิทธิประโยชน์ที่เราจะได้รับเต็ม ๆ มาไขทุกข้อข้องใจ และเปลี่ยนความกังวลให้เป็นความเข้าใจที่ถูกต้องกัน
“รายได้ที่เกิดจากอัตราแลกเปลี่ยน” เงินได้จากต่างประเทศที่ไม่ต้องเสียภาษี
ข่าวดีสำหรับนักลงทุนคือ กำไรจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษี ซึ่งเป็นการปกป้องนักลงทุนจากความผันผวนของสกุลเงินที่ไม่สามารถคาดการณ์หรือควบคุมได้ หากนักลงทุนแลกเงินไทยจำนวน 35,000 บาทเป็นเงินดอลลาร์ 1,000 เหรียญ ณ อัตราแลกเปลี่ยน 35 บาทต่อดอลลาร์ และต่อมาแลกเงินดอลลาร์กลับเป็นเงินไทยเมื่ออัตราแลกเปลี่ยนเปลี่ยนเป็น 36 บาทต่อดอลลาร์ จะได้เงินไทยคืนมา 36,000 บาท กำไรจากส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยน 1,000 บาทนี้จะไม่ถูกนำไปคำนวณภาษีเงินได้ การยกเว้นนี้ช่วยให้นักลงทุนไม่ต้องกังวลเรื่องภาระภาษีจากปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุม
2 รายได้จากการลงทุนหุ้นต่างประเทศที่ต้องเสียภาษี

นอกเหนือจากกำไรอัตราแลกเปลี่ยนที่ได้รับการยกเว้นแล้ว นักลงทุนต้องระวังรายได้อีก 2 ประเภทที่จะต้องนำมาคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งแต่ละประเภทมีลักษณะ และวิธีการคำนวณภาษีที่แตกต่างกัน
1. รายได้ที่เกิดจากเงินปันผล
เงินปันผลจากหุ้นต่างประเทศจัดเป็นเงินได้จากต่างประเทศที่ต้องรวมเข้ากับรายได้อื่นเพื่อคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา อย่างไรก็ตาม นักลงทุนสามารถใช้ประโยชน์จากระบบเครดิตภาษีตามอนุสัญญาภาษีซ้อนที่ไทยทำไว้กับหลายประเทศ เช่น การลงทุนในหุ้นสหรัฐอเมริกาจะมีการหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% จากเงินปันผลก่อนจ่ายให้นักลงทุน เมื่อนำเงินปันผลมาแสดงรายได้ในไทย ภาษีที่จ่ายไปแล้วในสหรัฐอเมริกาสามารถนำมาเป็นเครดิตภาษีหักลบกับภาษีที่ต้องจ่ายในไทยได้ ทำให้ไม่เกิดการเสียภาษีซ้ำซ้อน นักลงทุนควรเก็บใบรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายจากต่างประเทศไว้เป็นหลักฐานสำหรับการขอเครดิตภาษี
2. รายได้ที่เกิดจากการขายหลักทรัพย์

กำไรจากการขายหลักทรัพย์หรือ Capital Gain เป็นรายได้ที่ต้องใส่ใจมากที่สุด เนื่องจากจะต้องรวมเข้ากับรายได้อื่นเพื่อคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามอัตราก้าวหน้า ซึ่งอาจสูงถึง 35% ขึ้นอยู่กับระดับรายได้รวมของผู้เสียภาษี แม้ว่าในบางประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา จะไม่เก็บภาษี Capital Gain จากนักลงทุนต่างชาติ แต่เมื่อนำเงินกำไรกลับมายังประเทศไทย กำไรดังกล่าวจะกลายเป็นรายได้ที่ต้องเสียภาษี นักลงทุนจึงควรเตรียมเอกสารการซื้อขายอย่างครบถ้วน ได้แก่ วันที่ และราคาในการซื้อขาย จำนวนหุ้น ค่าธรรมเนียม และค่าคอมมิชชั่น รวมถึงอัตราแลกเปลี่ยนในวันที่ทำรายการ เพื่อคำนวณกำไรขาดทุนอย่างถูกต้อง และแม่นยำ
หากต้องการศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกฎเกณฑ์ใหม่ และแนวทางการวางแผนภาษีสำหรับการลงทุนต่างประเทศ นักลงทุนสามารถติดตามข้อมูลครบถ้วนได้ที่บทความ “รู้หรือไม่ เงินได้จากการลงทุนต่างประเทศต้องเสียภาษี ?” ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจกระบวนการ และข้อกำหนดทั้งหมดอย่างละเอียด
การทำความเข้าใจเกี่ยวกับประเภทของเงินได้จากต่างประเทศที่ต้องเสียภาษีเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับนักลงทุนที่ต้องการขยายการลงทุนไปยังตลาดต่างประเทศ แม้ว่าจะมีความซับซ้อนเพิ่มขึ้นในเรื่องภาษี แต่การลงทุนข้ามประเทศยังคงเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการสร้างความมั่งคั่งระยะยาว หากนักลงทุนเตรียมตัวอย่างเหมาะสมด้วยการศึกษาข้อมูล เก็บเอกสารอย่างเป็นระบบ และวางแผนภาษีล่วงหน้า ก็จะสามารถใช้ประโยชน์จากโอกาสการลงทุนในตลาดโลกได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องปัญหาภาษีที่อาจตามมา
ที่มา : Krungsri The COACH



