เมื่อวันที่ 20 พ.ค. นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรคพรรคภูมิใจไทย อภิปรายสนับสนุนญัตติด่วนด้วยวาจา ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหา เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการเดินรถขนส่งทางรางในเขตเมือง และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุ กรณีรถไฟชนรถโดยสารสาธารณะบริเวณแยกอโศก-ดินแดง ว่า ปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนนของประเทศไทย สิ่งสำคัญที่สุดคือ วินัยจราจรหากผู้ใช้รถใช้ถนนปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ความสูญเสียในลักษณะนี้ รวมถึงอุบัติเหตุอื่น ๆ ก็จะลดลงได้อย่างมาก อย่างไรก็ตาม ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ เห็นว่าจำเป็นต้องมีการแก้กฎหมายเชิงระบบ เพื่อสร้างกลไกควบคุมและปลูกฝังวินัยจราจรอย่างจริงจัง กฎหมายของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ใช้มานานหลายสิบปี ขณะที่องค์กรมีอายุกว่า 100 ปี จึงเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมาย เพิ่มอำนาจให้เจ้าหน้าที่การรถไฟสามารถจัดการจราจรในเขตทางรถไฟได้โดยตรง โดยไม่ต้องพึ่งพาเจ้าหน้าที่ตำรวจเพียงอย่างเดียว

“วันนี้เราต้องกลับมาดูว่า เราได้ให้อำนาจผู้บริหารและเจ้าหน้าที่การรถไฟเต็มที่แล้วหรือยัง ปัจจุบันยังต้องพึ่งพาเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ซึ่งมีภารกิจจำนวนมากและกำลังพลจำกัด แต่หากแก้กฎหมายให้เจ้าหน้าที่การรถไฟมีอำนาจกวดขันวินัยจราจร ออกใบสั่ง หรือจับ-ปรับผู้ฝ่าฝืนบริเวณเครื่องกั้นและทางตัดรถไฟได้ทันที ก็จะเป็นมาตรการสำคัญในการสร้างวินัยจราจรให้กับประชาชน” นายอัครเดช กล่าว

นายอัครเดช ยังยกตัวอย่างกรณีของกรมทางหลวง ที่ในอดีตต้องพึ่งพาเจ้าหน้าที่ตำรวจในการจับกุมรถบรรทุกน้ำหนักเกิน จนส่งผลให้ถนนชำรุดเสียหาย แต่ภายหลังมีการแก้ไขกฎหมายให้อำนาจเจ้าหน้าที่กรมทางหลวงสามารถตั้งด่านชั่งน้ำหนักและดำเนินคดีกับผู้ฝ่าฝืนได้เอง ทำให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพมากขึ้น และเห็นว่ารูปแบบดังกล่าวสามารถนำมาปรับใช้กับกฎหมายการรถไฟได้เช่นกัน 

“หลายอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น มีสาเหตุมาจากการที่ประชาชนฝ่าฝืนเข้าไปในเขตทางรถไฟ เช่น การรื้อแผงกั้นเพื่อเข้าไปเลี้ยงวัว หรือการลักลอบทำจุดตัดทางข้ามเอง ซึ่งหากมีระบบบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดและมีเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างจริงจัง ก็จะช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันความสูญเสียได้ จึงขอส่งข้อเสนอแนะนี้ไปยังรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้ร่วมกันปรับปรุงแก้ไขกฎหมายเพื่อเพิ่มอำนาจให้เจ้าหน้าที่การรถไฟฯ ในการจัดการผู้ฝ่าฝืนกฎจราจรในเขตทางรถไฟอย่างเด็ดขาดต่อไป” นายอัครเดช กล่าว.