เจมส์ นิโคลัส ผู้สื่อข่าวของ “ดิ แอธเลติก” เปิดเบื้องหลังที่มาความสำเร็จของ “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ที่สามารถยุติการรอคอยอันยาวนาน 22 ปี ด้วยการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ได้สำเร็จในฤดูกาล 2025-26 โดยระบุว่าแชมป์ลีกสมัยที่ 14 ครั้งนี้ เป็นผลจากการความอดทนและการวางแผนมาอย่างยาวนาน

หลายปีก่อนหน้านี้ สโมสรได้วิเคราะห์คู่แข่งอย่างละเอียดถี่ถ้วน ทั้งนักเตะ ผู้จัดการทีม และระยะเวลาสัญญา อาร์เซนอล คาดการณ์ถึงช่วงเวลาแห่งชัยชนะจะมาถึงระหว่างปี 2023 ถึง 2027 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี และ ลิเวอร์พูล ผู้ชนะ 8 สมัยหลังสุด อาจถึงช่วงเวลาที่ไม่เฟื่องฟูสุดขีดเหมือนในอดีต
การเข้ามาของ เอดู ในตำแหน่งผู้อำนวยการด้านเทคนิคในช่วงฤดูร้อนปี 2019 ก่อให้เกิดการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ ลดฝ่ายแมวมอง และแทนที่ด้วยหน่วยงานใหม่ที่สร้างภาพถึงอนาคตของฟุตบอลอังกฤษอย่างละเอียด และวิเคราะห์ล่วงหน้าถึงความเป็นไปได้ที่ทีมคู่แข่งจะตกต่ำลง
อาร์เซนอล คาดการณ์ถึงการจากไปของ เจอร์เกน คลอปป์ รวมถึงเรื่องอื่นๆ เช่น อายุของ โม ซาลาห์, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ และ เควิน เดอ บรอยน์ แม้ไม่แม่นยำ 100% แต่เป็นกรอบการทำงานที่ช่วยให้ผู้บริหารวางแผนการสรรหานักเตะให้สอดคล้องในการสร้างทีมที่พร้อมจะถึงจุดสูงสุดในขณะที่คู่แข่งเริ่มอ่อนแรง
อาร์เซนอล มีกลยุทธ์ที่ชัดเจนหานักเตะที่มีอายุ 23 ปีหรือต่ำกว่า และมีราคาไม่เกิน 40 ล้านยูโร โดยในปี 2021 อาร์เซนอล เซ็นสัญญานักเตะใหม่ 6 คน ที่ตรงตามเกณฑ์ แม้ว่าไม่ใช่ทุกดีลจะประสบความสำเร็จ แต่ มาร์ติน โอเดการ์ด และ เบน ไวท์ กลายเป็นเสาหลักของโครงการนี้ ผสมผสานกับนักเตะเด็กสร้างเช่น บูกาโย ซากา และ กาเบรียล มาร์ติเนลลี พวกเขามีกลุ่มผู้เล่นที่เกิดในช่วงเวลาใกล้เคียงกันและเติบโตไปด้วยกัน
สโมสรได้รองแชมป์ 3 ฤดูกาลติดต่อกัน แสดงให้เห็นว่าพวกเขาใกล้เคียงแล้ว จากนั้นการแต่งตั้ง อันเดรีย แบร์ตา เป็นผู้อำนวยการกีฬา ทำให้พวกเขาตัดสินใจรุกหนักมากขึ้นในตลาดซื้อขายนักเตะ ในท้ายที่สุดก็ทำได้สำเร็จ เป็นผลจากการวางแผนอย่างรอบคอบ
นอกจากการเชื่อมั่นในแผนแล้ว โจช โครเอนเก เจ้าของร่วมยังเชื่อมั่นใน อาร์เตตา แบบไม่สั่นคลอน ในตอนที่แพ้ 3 เกมแรกในลีกฤดูกาล 2021-22 โครเอนเก พูดกับ อาร์เตตา ว่า “คนเดียวที่คุณไว้ใจได้คือคนที่อยู่ในห้องกับคุณตอนนี้ เชื่อผมว่าผมเชื่อมั่นในตัวคุณ”
มิเกล อาร์เตตา ผู้จัดการทีมก็ไม่ได้เป็นแค่โค้ช เขาเห็นความสำคัญต่อการสื่อสาร สร้างแรงจูงใจ ในตอนที่ชนะ ทอตแนม ฮอตสเปอร์ 4-1 นักเตะสวมผ้าพันคอที่มีข้อความว่า “Make it happen” (ทำให้มันเกิดขึ้น) สโลแกนเดียวกันนี้ปรากฏอยู่บนผ้าเชียร์และผนังห้องแต่งตัวมาโดยตลอด เพื่อกระตุ้นนักเตะให้ประสบความสำเร็จให้ได้
อาร์เตตา พยายามใช้พลังของแฟนบอลในสนามเอมิเรตส์ และเปลี่ยนสนามเหย้าของ อาร์เซนอล ให้กลายเป็นป้อมปราการ สโมสรทำงานอย่างใกล้ชิดกับแฟนบอล และแม้ว่าความสำเร็จของ อาร์เซนอล ในฤดูกาลนี้ จะเป็นผลงานร่วมกันของทุกคน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า อาร์เตตา คือตัวเอกสำคัญที่สุด เป็นผู้นำ หัวหน้าทีม สร้างมาตรฐาน วางกลยุทธ์ทั้งในสนาม รวมถึงนอกสนาม



