เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 69 ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะ สส.อ่างทอง พรรคภท. กล่าวว่า ที่ประชุม สส.ของพรรค มีมติชัดเจน 190 เสียง ร่วมกันลงชื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ (รธน.) ของพรรค ภท. โดยเนื้อหาในร่างของพรรค ภท. จะแก้ไข รธน.มาตรา 256 โดยเพิ่มเติม หมวด 15/1 เพื่อจัดทำ รธน.ฉบับใหม่ ตามผลการลงประชามติของประชาชน 21 ล้านเสียง เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 69  โดยวันที่ 20 พ.ค. 69 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท. จะนำทีมสส.ของพรรค ไปยื่นร่างแก้ไขต่อประธานรัฐสภา เวลาประมาณ 10.30-11.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเนื้อหาร่างแก้ไข รธน.ฉบับพรรค ภท. จะมีการแก้ไขสองเรื่อง คือเพิ่มเติมหน้าที่ และอำนาจของรัฐสภา แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 156 คือเพิ่มหมวด 15/1 การจัดทำ รธน.ฉบับใหม่ และเพิ่มมาตรา 256/1-มาตรา 256/23 กำหนดให้มีสภาร่าง รธน. (ส.ส.ร.) จำนวน 100 คน ทำหน้าที่จัดทำร่าง รธน.ให้เสร็จสิ้นภายใน 360 วันนับตั้งแต่วันเปิดประชุม ส.ส.ร. นัดแรก โดยกำหนดให้ที่มาของ ส.ส.ร. มาจากการสมัครของผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้สนใจจากจังหวัดต่างๆ คัดเลือกให้เหลือจังหวัดละ 1 คน สำรอง 3 คน จากนั้น ส่งรายชื่อเข้ามาที่รัฐสภา เพื่อให้มีการคัดเลือกตามสัดส่วนของสมาชิกรัฐสภา

ส่วนที่เป็นประเด็นขัดแย้ง จนเป็นเหตุให้ร่างแก้ไข รธน.ฉบับเก่าตกไปนั้น ร่าง รธน.ฉบับใหม่ของพรรค ภท. ได้มีการปรับแก้ไขแล้ว โดยปรับจากต้องมีเสียงสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เห็นชอบวาระ 1 และวาระ 3 จาก 1 ใน 3 เป็น 1 ใน 4 ซึ่งคาดว่า จะมีความเป็นไปได้ที่เจรจาต่อรองกันในชั้นกรรมาธิการ (กมธ) ทั้งนี้ ร่าง รธน.ฉบับใหม่ของพรรค ภท. จะไม่มีการแก้ไขในหมวด 1 และหมวด 2

ด้านนายนิกร จำนง สส. บัญชีรายชื่อ พรรคภท. กล่าวว่า สำหรับร่างของพรรค มีการตั้งส.ส.ร. จำนวน 100 คน ประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญ 23 คน และมาจากการสมัครจากทั่วประเทศจำนวน 77 คน และมีสำรองอีก 300 คน สำหรับสัดส่วนที่จะมีการตั้งนั้น จะแบ่งเป็นมีกมธ.ารยกร่างรธน.ทั้งสิ้น 45 คน ประกอบด้วย ส.ส.ร. 30 คน สำรอง 15 คน และกมธ.รับฟังความคิดเห็นอีก 45 คน ประกอบด้วย ส.ส.ร. 15 คน สำรอง 15 คน และประชาชน 15 คน โดยมีกรอบเวลาการทำงานของ ส.ส.ร. 360 วัน เพื่อเปิดโอกาสให้มีการฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างเต็มที่ โดยหลักการจะไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรง เพราะจะขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรธน. 

จากนั้นจะให้สมาชิกรัฐสภาเป็นผู้เลือก โดยสัดส่วนของ ส.ส.ร. เป็นไปตามสัดส่วนของสมาชิกรัฐสภา ซึ่งมีรูปแบบเดียวกับการเลือกกมธ.สามัญ กล่าวคือ สมาชิกรัฐสภามีทั้งสิ้น 700 คน แบ่ง สส.500 คน สว. 200 คน ซึ่ง สส. จะได้ โควตาที่ประมาณ 71 คน และสว. ได้ 29 คน 

นายนิกร  กล่าวต่อว่า ส่วนที่เป็นปัญหาเรื่อง สว. ในการเห็นชอบรธน. ในครั้งที่ผ่านมา พรรคภท.ได้การเสนอให้ 1 ใน 5 นั้น ปรับให้เหลือ 1 ใน 4 หรือใช้เสียง สว. ประมาณ 50 เสียง ในการเห็นชอบรธน.เพื่อให้เกิดการประนีประนอม กับ สว. ซึ่งต้องมีการพูดคุยกันในชั้นกมธ.อีกครั้ง นอกจากนี้ร่างของพรรคภท.จะไม่แตะหมวด 1 และหมวด 2 โดยเขียนไว้อย่างชัดเจน