ฝ่ายค้าน “พรรคส้มหวาน” ส่งสัญญาณ เตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป้าหมายหลักเชือด “ผู้นำประเทศ” จากประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นในกระทรวงมหาดไทยเป็นเหตุผลสำคัญ แต่จะซักฟอกในช่วงไหนนั้น “เท้ง -ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ“ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ยังขออุบไว้ก่อน โดยยึดตามประเพณีเดิมต้องมีการยื่นญัตติ “ซักฟอก” จะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ตามจังหวะที่มีการกำหนดไว้ล่วงหน้า
แม้ว่าจนถึงตอนนี้กำหนดการการยื่น “ซักฟอก” รัฐบาล ของฝ่ายค้านยังไม่มีออกมาชัดเจน แต่เอาเป็นว่าเมื่อฟังจากน้ำเสียงของ “ผู้นำฝ่ายค้าน” มั่นใจว่า “มีแน่” เพียงแต่ว่าตอนนี้เมื่อกำลังอยู่ในช่วงปิดสมัยประชุมสามัญกว่าจะกลับมาเปิดอีกครั้งก็ปลายเดือนส.ค.ฉะนั้นการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 ที่ฝ่ายค้านประกาศจองกฐินล่วงหน้าตั้งแต่ยังไม่ทันเข้าพรรษา ให้ไปว่ากันในสมัยประชุมถัดไป ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 25 ส.ค. – 22 ธ.ค. 2569
แน่นอนกว่าจะถึงวันนั้นช่วงเวลาที่เหลืออยู่ทั้งสองฝ่ายก็ต้องทำการบ้าน จะเลือกเป้าใหญ่ยื่นอภิปรายเป็นรายบุคคลหรือทั้งคณะ ก็ว่ากันตามสะดวก ซึ่งยังเดาใจฝ่ายค้านไม่ออกจะเล่นเกมซักฟอกแบบปูพรมทั้งคณะ หรือจะเน้นถล่มเฉพาะ “ผู้นำประเทศ” และรัฐมนตรีบางรายที่เป็นกล่องดวงใจ สาดกระสุนไปที่เป้าเดียว โดยเฉพาะฝ่ายค้าน “ลับดาบให้คม” พอที่จะฟันรัฐบาลให้ขาดสะบั้นลง เพราะหากไม่มีข้อมูลเด็ดมาซักฟอก หรือไม่สามารถขับไล่รัฐบาลลงได้ ดาบนั้นก็จะย้อนกลับมาฟาดฟันตัวเองอย่าประมาทเป็นอันขาด
โดยอย่างหลังมักเป็นการอภิปรายฯ แบบหวังผลไม่ได้หวังปลดนายกฯ แต่ในฐานะที่นายกฯนั่งอยู่ในเก้าอี้ “มท.1” มาอย่างยาวนาน ไม่สามารถลอยตัวอ้างว่า “เบรก” สารพัดปัญหาโกงสอบข้าราชการท้องถิ่นปี 2568 ของกระทรวงมหาดไทย ที่อยู่ภายใต้การบริหารงานและการกำกับดูแลมาอย่างต่อเนื่องไปแล้ว โดยอ้างว่าในฐานะรัฐมนตรีมีแค่เสียงเดียว เวลาโหวตตั้งคณะกรรมการกี่ชุด ก็โหวตแพ้ เพราะตัวเองสั่งการทุกเรื่องไม่ได้ไม่มีอำนาจตามกฎหมาย สะท้อนให้เห็นว่าไม่ว่าจะสลัดอย่างไร ก็ไม่พ้นตัวอยู่แล้ว
นอกจากนี้การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่ได้หวังปลดรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย แต่ล็อกเป้าแก๊งค์ “รัฐมนตรีลูกเทพ”รวมถึงเป็นการบีบพรรคร่วมรัฐบาลให้ “ลอยแพ” รัฐมนตรีบางพรรคที่ไม่มีผลงาน นำไปสู่การปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.) หรืออาจนำไปสู่การตั้งรัฐบาลใหม่ด้วยซ้ำ ทว่าในทางการเมือง มีโอกาสน้อยที่จะเกิดเหตุการณ์อย่างที่ว่าขึ้นได้ เพราะที่ผ่านมาไม่ว่ายุคสมัยใด ฝ่ายค้านไม่เคยคว่ำรัฐบาลด้วยเสียงในสภาได้ เพราะถึงเวลาลงมติฝ่ายรัฐบาลก็จะใช้เสียงข้างมากอุ้มกระเตงกันไปอยู่ดี
หากจะพูดไปแล้วรัฐบาลทุกยุค ทุกสมัยหลังเสร็จศึกซักฟอก “ผู้นำรัฐบาล” จะขันน็อตการทำงานปรับครม.ใหม่ เพื่อ “ตัดไฟแต่ต้นลม” ลดเสียงวิจารณ์เรื่องผลงานที่ไม่เข้าตา และไม่ค่อยเอาไหนของบรรดารัฐมนตรี ซึ่งรัฐบาล “อนุทิน 2” ที่เวลานี้รัฐมนตรีบางคน “ไม่มีผลงานเข้าตา” บางคน “โลกลืม” ชาวบ้านไม่เคยรู้จักหน้าตา ไม่รู้จักชื่อเสียงเรียงนามว่าเป็นอย่างไร มีพฤติกรรมทางลบน่าสงสัยเข้ามากินโควตาเก้าอี้ต่างตอบแทนสัญญาใจเท่านั้นทั้งแก๊ง “ลูกเทพ-บ้านใหญ่”
เอาเป็นว่า“ฝ่ายค้าน”จะซักฟอกประเด็นไหนบ้างนั้น ต้องเลือกเอา เพราะตอนนี้แตะไปตรงไหนของรัฐบาล ล้วนแต่ฟอนเฟะไปทั้งหมด แต่ที่ต้องลุ้นต่อไปจับตาเกมส่งสัญญาณปรับครม.นายกฯตรวจการบ้านและเปรยออกมาบ้างแล้วว่ามีรัฐมนตรีไม่พีอาร์ผลงาน จากเดิมที่เคยบอกว่าใช้เวลาราว 1 ปี ในการพิสูจน์ผลงาน แต่เมื่อเจอกับแรงกดดันจากภายนอกที่เข้มข้นรัดตัวเข้ามามากขึ้น ก็อาจทำให้ต้องลงมือก่อนกำหนด งานนี้ “ลูกเทพ -บ้านใหญ่” มีร้อนๆหนาวๆแน่นอน
นีรนุช สอนศิลป์ชัย



