กฎของเมอร์ฟี่ อะไรที่ผิดพลาดได้ มักจะเกิดในยามที่เลวร้ายที่สุด พอเพลิงไหม้ ทางหนีไฟมักจะใช้ไม่ได้ พอรถบัสประสบอุบัติเหตุประตูฉุกเฉินจะล็อก พอเรือล่มเสื้อชูชีพจะไม่พอ พอเกิดเหตุร้ายคดีเด็ดกล้องวงจรปิดมักจะเสียพอดี และที่สำคัญที่สุด เราจะเอาผิดผู้รับผิดชอบไม่ได้ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐ และจะอ้างว่าจะไป ถอดบทเรียน

พอมีข่าวโศกนาฏกรรมเพลิงไหม้สถานบันเทิง คนส่วนใหญ่มักจะจ้องไปที่ปลายเหตุ คือ ทางหนีไฟ โซนนิ่ง และสินบน แต่เราคงลืมไปว่าต้นเหตุ คือ จิตสำนึกมาตรฐานความปลอดภัย ของชาติ  

ประเทศที่มีจิตสำนึก และมาตรฐานความปลอดภัยสูง ตอนนี้ ป้ายทางหนีไฟฉุกเฉิน เขาใช้ ระบบอัจฉริยะ แล้ว

ที่ประเทศเยอรมนี ผู้นำด้านมาตรฐานกฎหมายความปลอดภัย เยอรมนีเป็นประเทศแรกๆ ที่ผลักดันเรื่อง มาตรฐานกฎหมายระดับชาติ (DIN 14036) ระบบนำทางหนีไฟอัจฉริยะ (Dynamic and Adaptive Escape Routing) ทดลองที่สนามบินเบอร์ลิน  สถานีรถไฟใต้ดินความเร็วสูง และอุโมงค์ยาว ๆ พบว่าเมื่อเปลี่ยนมาใช้ป้ายที่ขึ้นเครื่องหมาย “X สีแดง บล็อกทางอันตราย และ เปิดไฟกะพริบนำทาง ไปจุดปลอดภัย สามารถลดการสูญเสียได้อย่างมีนัยสำคัญ

ที่ไต้หวัน จำลองในตึกสูง มีการทำแบบจำลองและติดตั้งระบบเครือข่ายเซ็นเซอร์ ร่วมกับอัลกอริทึมคำนวณเส้นทางหนีไฟอัจฉริยะ ที่อาคาร Taipei 101 ผลการจำลองสถานการณ์ไฟไหม้จากสารเคมีและก๊าซหุงต้ม ในพื้นที่ที่มีคนหนาแน่นสูง พบว่าระบบป้ายอัจฉริยะที่เปลี่ยนทิศทางตามเซ็นเซอร์จับความร้อนและควัน ช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตได้ 14-34%

ที่สหราชอาณาจักร ได้วิจัยเชิงจิตวิทยา โดยสถาบันวิจัยการป้องกันอัคคีภัย ได้ทำการทดสอบพฤติกรรมมนุษย์ในอาคารจำลองเพื่อดูการตอบสนองต่อป้ายหนีไฟ ความจริงที่น่าตกใจคือ มนุษย์ที่กำลังตื่นตระหนกในสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย มีเพียง “38% เท่านั้นที่ มองเห็นป้ายทางออกสีเขียว แบบนิ่งทั่วไป ส่วนใหญ่จะวิ่งกลับไปทางประตูทางเข้าหลักที่ตัวเองเดินเข้ามา ซึ่งมักจะทำให้เกิดการเหยียบกันตาย เมื่อเปลี่ยนเป็นระบบป้ายที่มีไฟกะพริบขยับได้ อัตราการมองเห็นเพิ่มขึ้นกว่า 60% เคลียร์คนออกจากอาคารได้เร็วขึ้นถึง 50%

ที่กองทัพเรือสหรัฐ ใช้ในเรือรบ ไม่ใช่แค่อาคารบนบก แต่ระบบนี้ถูกนำไปใช้ในเรือรบ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อพยพยากที่สุดเนื่องจากทางเดินแคบ ประตูหนา และทัศนวิสัยต่ำ เวลาเกิดเหตุยังสามารถลดเวลาเฉลี่ยในการอพยพลงถึง 23% และเพิ่มการรอดตายได้ 50%

แม้มีเทคโนโลยีหนีไฟมากมาย แต่คำถามสำคัญคือ เราสูญเสียชีวิตจาก เทคโนโลยีที่ล้าสมัยหรือ ขาดจิตสำนึก

ลองมาสำรวจอันดับโลกที่เกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัย ไทยเราอยู่ตรงไหน

ดัชนีความปลอดภัยบนท้องถนน สำรวจโดย WHO เราติด Top 10 ของประเทศที่อันตราย มีความเสี่ยงบนท้องถนนสูงสุด และเป็นลำดับต้น ๆ ของอาเซียน

ดัชนีความปลอดภัย และการรักษาความปลอดภัยระดับโลก จัดอันดับโดยสถาบันเศรษฐศาสตร์และสันติภาพ (IEP) ประเทศไทยอยู่ในอันดับประมาณ 90-100 จาก 163 ประเทศ

ดัชนีความปลอดภัยในสถานประกอบการ ที่สะท้อนจากคะแนนหมวดอุตสาหกรรมของสถาบัน IMD เราน่าจะอยู่ราวลำดับที่ 50 จาก 70 ประเทศ

โดยรวมจิตสำนึกด้านความปลอดภัยของเราน่าจะอยู่แถวกลางล่าง ถึงต่ำมาก เมื่อเทียบกับเพื่อนๆ ทั่วโลก

ฝรั่งที่คุ้นเคยกับคนไทยวิเคราะห์ว่า ความไม่ใส่ใจเรื่องความปลอดภัยนี้ มาจากวัฒนธรรม ไม่เป็นไร ยืดหยุ่นตามสบาย วัฒนธรรม กระต่ายตื่นตูม และไฟไหม้ฟาง แตกตื่นช่วงเกิดเหตุ แล้วก็ลืมเลือนไป คำว่า ถอดบทเรียน ตอนนี้จึงกลายเป็นคำหยาบไปแล้ว และสุดท้าย วัฒนธรรม ใต้โต๊ะ บังคับใช้ หรือไม่ใช้กฎหมายได้ตามอำนาจเงิน

อย่าให้ฝรั่งมองดูเราแบบนั้น ต้องยกระดับจิตสำนึกความปลอดภัยให้สูงขึ้น เพียงเทคโนโลยีล้ำยุคไม่ช่วยให้รอดชีวิตได้ และเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นต่อเนื่องยั่งยืน

กฎของเมอร์ฟี่ เป็นอมตะ ความผิดพลาดจะเกิดในจุดที่เราละเลยความปลอดภัย เมื่อเรายังคิดว่าทำแบบนี้ ไม่เป็นไร”.