เมื่อวันที่ 21 ก.ค. ที่อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และภาคีเครือข่าย จัดเวทีแถลงข่าว โครงการรณรงค์ฤดูกาลสุขปลอดเหล้าและงดเหล้าเข้าพรรษา ปี 2569 ภายใต้แนวคิด “90 วัน Challenge เก็บแต้มชีวิตที่ดีกว่า” เพื่อเชิญชวนคนไทยใช้ช่วงเวลา 90 วันของการเข้าพรรษาเป็นจุดเริ่มต้นของการลด ละ หรือเลิกดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พร้อมสร้างสุขภาพที่ดีและคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน
นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า ข้อมูลจากศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.) ระบุว่า ปริมาณการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อหัวประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป อยู่ที่ประมาณ 6 ลิตรแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ต่อคนต่อปี ในช่วงปี 2566–2567 ลดลงจากระดับสูงสุดที่มากกว่า 8 ลิตรในช่วงก่อนปี 2550 และคงที่ในระดับต่ำกว่า 7 ลิตรตลอด 15 ปี ที่ผ่านมาถือว่าการปกป้องเยาวชนยังทำได้ดี แต่ในภาพรวมยังคงน่าเป็นห่วง เพราะมีประชาชนเกือบ 3 ใน 10 คน ที่ยังดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ดื่มหนักในวัยทำงาน ขณะที่ในแต่ละปีมีผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนนและเจ็บป่วยจากแอลกอฮอล์เฉลี่ยเกือบ 50,000 คน มีผู้เสียชีวิตกว่า 20,000 คน และประชาชนเกือบ 8 ใน 10 คน เคยได้รับผลกระทบจากการดื่มของผู้อื่น สะท้อนว่าปัญหาแอลกอฮอล์ยังเป็นความท้าทายสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันแก้ไข

“ผลการประเมินการรณรงค์ ‘งดเหล้าเข้าพรรษา 2568’ ของศวส. พบว่า มีผู้ที่สามารถลด ละ หรือเลิกดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเข้าพรรษาได้ประมาณ 8.6 ล้านคน คิดเป็น 32.3% ของผู้ดื่มทั้งหมดราว 26.7 ล้านคน โดยในจำนวนนี้มีผู้ที่สามารถงดดื่มได้ตลอดช่วงเข้าพรรษาประมาณ 4.5 ล้านคน หรือ 16.9% ขณะเดียวกัน เกือบ 90% ของผู้ที่ลดหรือเลิกดื่ม ได้รับผลดีทั้งด้านสุขภาพกาย สุขภาพใจ คุณภาพชีวิต ส่งผลให้ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้รวมกว่า 15,000 ล้านบาท ผลลัพธ์นี้เป็นแรงผลักดันให้ สสส. และภาคีเครือข่าย เดินหน้าการรณรงค์ปี 2569 ภายใต้แนวคิด ’90 วัน Challenge เก็บแต้มชีวิตที่ดีกว่า’ เพื่อชวนคนไทยใช้ช่วงเวลา 90 วัน ท้าทายตนเองในการลด ละ เลิกดื่มแอลกอฮอล์ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม สร้างสุขภาพที่ดี ช่วยเติมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในทุกมิติ” ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าว
ด้าน นายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ กรรมการกองทุน สสส. กล่าวว่า สสส. รณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาต่อเนื่อง ปีนี้เป็นปีที่ 24 ไฮไลต์ปีนี้คือการมุ่งสร้างแรงจูงใจเชิงบวก ผ่านแนวคิด “เก็บแต้มชีวิต” โดยเก็บแต้มได้จาก แต้มสุขภาพจากการฟื้นฟูร่างกาย แต้มการเงินจากการลดรายจ่าย และแต้มความสุข จากการมีเวลาให้ครอบครัวและคนรอบข้างมากขึ้น นอกจากนี้ สสส. ยังพัฒนาแคมเปญรณรงค์ เรื่อง “หลบเหล้า” ซึ่งเป็นการออกแบบจากสถานการณ์จริงของผู้ที่ดื่มเป็นประจำ โดยดื่มในปริมาณมาก ถือเป็นกลุ่มที่มีโอกาสเกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพ การบาดเจ็บและเสียชีวิตสูง

“ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไม่สามารถลดละ เลิกได้ตลอดพรรษาคือ ไม่สามารถขัด/ปฏิเสธเมื่อมีคนชวนดื่ม สูงถึง 42.5% รองลงมาคือ ต้องไปงานเลี้ยง 26.5% และอื่นๆ เช่น ปกติดื่มน้อย ดื่มจนติดแล้วขาดไม่ได้ ชอบเที่ยวสังสรรค์ ทั้งนี้ เพื่อสะท้อนว่าการเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นได้จากการตัดสินใจ “ไม่ดื่มวันนี้” เป็นการท้าทายตัวเองเอาชนะใจตนเองที่จะปฏิเสธการดื่มในกรณีการเข้าสังคม เกิดเป็นความสุขในครอบครัว งดเหล้าเข้าพรรษาปีนี้ สสส. ขอให้กำลังใจแก่ทุกคนให้สามารถเอาชนะใจตนเองได้สำเร็จ” นายวิเชษฐ์ กล่าว
นายธีระ วัชรปราณี ผอ.สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) กล่าวว่า การรณรงค์ปีนี้มุ่งเป้าไปยังกลุ่มที่ดื่มประจำ โดยมีชมรมคนหัวใจเพชรในชุมชน 418 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งได้ใช้แบบประเมิน AUDIT Score ซึ่งเป็นเครื่องมือคัดกรองมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก (WHO) คัดกรองระดับความเสี่ยงของผู้ดื่ม ทำให้มีฐานข้อมูลของกลุ่มผู้ดื่ม เช่น กลุ่มที่ดื่มประจำ(ดื่มอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1ครั้ง จนถึง ดื่มทุกวัน) พบว่าเฉลี่ย 20-30% ของผู้ดื่มทั้งหมด ช่วยให้สามารถกำหนดแนวทางดูแลที่เหมาะสม ตั้งแต่การให้ความรู้ ด้านสุขภาพ ระบบเพื่อนช่วยเพื่อน การติดตามรายบุคคล ตลอดจนการส่งต่อรักษาและฟื้นฟูผู้ที่มีภาวะติดสุรา โดยมีครอบครัว ชุมชน และหน่วยบริการสุขภาพร่วมสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้ได้นำเสนอต้นแบบชุมชนผ่าน 5 โมเดลชวนคนดื่มหนักงดเหล้าได้แก่ บ้านใหม่โพธิ์งาม จ.เชียงราย, บ้านหนองแสงพัฒนา จ.บึงกาฬ, ชุมชนขุนทะเล จ.สุราษฎร์ธานี,บ้านหอย จ.ปราจีนบุรี, และสายด่วนเลิกเหล้า 1413 ซึ่งใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน การสร้างอาชีพ การฟื้นฟูสุขภาพ ระบบเพื่อนช่วยเพื่อน

“ไฮไลต์กิจกรรมรณรงค์ในปีนี้ คือ “เก็บแต้มสุขภาพ” ผ่านสื่อออนไลน์ แอป Persona Health ผู้ช่วยดูแลสุขภาพจาก สสส. ที่ช่วยประเมินสุขภาพ ติดตามความก้าวหน้า และให้คำแนะนำในการลด ละ เลิกดื่มแอลกอฮอล์ตลอด 90 วัน และ No-L Land “90 วัน พลัส” บน LINE ที่สามารถตั้งเป้าหมายด้านสุขภาพ รับการติดตามอย่างต่อเนื่อง เพื่อสะสมแต้มสุขภาพเพื่อนำไปแลกรางวัล โดยทั้งสองช่องทางจะช่วยสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ และเริ่มต้นสิ่งดี ๆ ให้กับชีวิตได้อย่างต่อเนื่องตลอดช่วงเข้าพรรษา“ นายธีระ กล่าว



