เมื่อเวลา 16.45 น. วันที่ 20 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานเปิดงานยกระดับรัฐบาลดิจิทัล ขับเคลื่อนการเชื่อมโยงข้อมูลนิติบุคคล ภายใต้แนวคิด ‘ปลดล็อกข้อมูลภาครัฐ ลดภาระภาคประชาชน’ ในวันเดียวกันนี้ที่ทำเนียบรัฐบาล ว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้ามุ่งในการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัล เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและภาคธุรกิจ โดยเน้นการเชื่อมโยงข้อมูลนิติบุคคลระหว่างหน่วยงานรัฐกว่า 320 แห่ง เพื่อลดภาระการใช้เอกสารกระดาษและประหยัดค่าใช้จ่ายได้ 7,100 ล้านบาท
“ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 69 ทุกหน่วยรัฐมาขอข้อมูลกับกระทรวงพาณิชย์เกี่ยวกับนิติบุคคล จะไม่ส่งมอบข้อมูลโดยกระดาษอย่างเด็ดขาด เพื่อบังคับให้ทุกหน่วยงานมาเชื่อมข้อมูลผ่านระบบดิจิทัล” นางศุภจี กล่าว
นางศุภจี กล่าวต่อว่า การเชื่อมโยงข้อมูลยังครอบคลุมถึงมาตรการเชิงรุกในการสกัดกั้นบัญชีม้า ใช้เพื่อตรวจสอบนิติบุคคลที่อาจเข้าข่ายนอมินี ผ่านการบูรณาการฐานข้อมูลระดับชาติ เมื่อบัญชีม้าจากบุคคลธรรมดาเริ่มระบาดเป็นนิติบุคคลบัญชีม้า หากมายื่นจดทะเบียนจะถูกปิดกั้นโดยทันที ได้มีการร่วมตรวจสอบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยเชื่อมโยงข้อมูลตรวจสอบว่าผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีประมาณ 13.4 ล้านคน มาขอจดทะเบียนนิติบุคคลหรือไม่ เพื่อป้องกันการถูกหลอกหรือการแอบอ้างใช้ชื่อผู้มีรายได้น้อยมาเป็นนอมินี เป็นการเชื่อมข้อมูลภาษีและประวัติอาชญากรรม รวมถึงมีการเชื่อมต่อข้อมูลกับกรมสรรพากรเพื่อดูประวัติการเสียภาษี
และเชื่อมข้อมูลกับศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) เพื่อตรวจสอบรายชื่อผู้ที่มีประวัติเกี่ยวข้องกับบัญชีม้า กระทรวงพาณิชย์ได้นำรายชื่อบัญชีม้าดำประมาณ 98,000 รายชื่อ มาตรวจสอบย้อนหลังในฐานข้อมูลนิติบุคคล 980,000 ราย ผลจากการใช้มาตรการตรวจสอบตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.–วันที่ 31 มี.ค. 2568 พบว่าการจดทะเบียนบริษัทเพื่อนำไปทำบัญชีม้าลดลงจากปีที่แล้วที่มี 578 ราย เหลือเพียง 10 รายเท่านั้น
นางศุภจี กล่าวอีกว่า ประเภทข้อมูลที่เชื่อมโยงคือข้อมูลพื้นฐาน 8 รายการ อาทิ รายชื่อผู้ถือหุ้น, หนังสือรับรองบริษัท, หนังสือบริคณห์สนธิ และงบการเงิน ซึ่งปกติประชาชนต้องสั่งพิมพ์และเซ็นรับรองเพื่อนำไปยื่นตามหน่วยงานต่าง ๆ เช่น ศาล, สถานีตำรวจ, กรมที่ดิน หรือกรมสรรพากร ประโยชน์ที่ได้รับคือ ความรวดเร็วและแม่นยำ ข้อมูลจะเป็นรูปแบบเรียลไทม์ ทำให้ได้ข้อมูลที่ทันสมัยที่สุด ลดปัญหาความไม่โปร่งใส.



