สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 12 ก.ค. ว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกัมพูชาทั้ง 125 คน รวมถึง พล.อ.ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรี มีมติเป็นเอกฉันท์ร่วมกัน ในการประชุมเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ให้มีการแก้ไขเนื้อหาบางส่วนของรัฐธรรมนูญ โดยให้ระบุว่า “การได้รับ การสูญเสีย และการเพิกถอนสัญชาติเขมร จะเป็นไปตามกฎหมาย”
ก่อนหน้านี้ ประโยคดังกล่าวของรัฐธรรมนูญกัมพูชาระบุไว้ว่า “ไม่มีพลเมืองเขมรคนใดถูกเพิกถอนสัญชาติ ถูกเนรเทศ หรือถูกส่งตัวไปยังประเทศอื่น ยกเว้นแต่จะมีความตกลงร่วมกัน”
นายเกิต ฤทธิ์ รมว.ยุติธรรมกัมพูชา กล่าวว่า การปรับแก้เนื้อหาในรัฐธรรมนูญครั้งนี้ จะเป็นการปูทางให้ฝ่ายนิติบัญญัติสามารถบัญญัติกฎหมาย ซึ่งจะเป็นการมอบอำนาจให้รัฐบาลสามารถเพิกถอนสัญชาติบุคคลใดก็ตาม ซึ่งมีพฤติการณ์สมคบคิดกับกองกำลังต่างชาติเพื่อต่อต้านรัฐ
National Assembly in favour of proposed law which will enable revocation of citizenship
— The Phnom Penh Post (@phnompenhpost) July 11, 2025
All 125 National Assembly members have agreed to a proposal to amend Article 33 of the constitution, paving the way for a law which will allow citizenship to be sthttps://t.co/NpCQaYUwQr pic.twitter.com/S6zFL6LbVk
อย่างไรก็ตาม บรรดานักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนหวั่นเกรงว่า จะมีการนำกฎหมายดังกล่าว ไปใช้เพื่อมุ่งเป้าไปที่นักวิจารณ์ นักการเมือง และนักเคลื่อนไหวฝ่ายตรงข้าม โดยองค์การนิรโทษกรรมสากล “แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล” ระบุในแถลงการณ์ว่า การเพิกถอนสัญชาติลักษณะนี้ ถือเป็น “การละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง”
อนึ่ง ตามข้อมูลจากการสรุปของรัฐสภายุโรป ซึ่งเผยแพร่เมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา ระบุว่า ตอนนี้มีประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) 15 แห่ง มีกฎหมายให้รัฐบาลสามารถเพิกถอนสัญชาติของบุคคล ด้วยเหตุผลเกี่ยวกับการเป็นกบฏหรือการไม่จงรักภักดี แต่ในจำนวนนี้ มี 8 ประเทศ ที่ระบุชัดเจนในกฎหมายของตัวเอง ว่าเรื่องนี้สามารถกระทำได้เฉพาะกับพลเมืองที่แปลงสัญชาติเท่านั้น.
เครดิตภาพ : AFP



