สุดสัปดาห์นี้ ที่โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์พอยต์ สเปซ พัทยา จ.ชลบุรี มีการประชุมพรรคกล้าธรรม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) ให้สัมภาษณ์ว่า สส., ว่าที่ผู้สมัคร สส. มาร่วมกันแสดงพลังว่าเราพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่เราก็พร้อม การเลือกตั้งตามกรอบเวลาอย่างไรก็ไม่เกินปี พ.ศ. 2570 ตอนนี้ก็เหลือเวลาแค่หนึ่งปีกว่า ซึ่งไม่นาน ต้องพร้อมตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

“พรรคเราได้รับมอบหมายให้กำกับ 2 กระทรวงใหญ่ คือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงศึกษาธิการ ดังนั้นเราจะเน้นเรื่องของคนฐานราก โดยเฉพาะเรื่องการศึกษา กับเรื่องของพี่น้องเกษตรกร รวมถึงผู้ใช้แรงงานภาคการเกษตร ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ รวมทั้งหมดกว่า 50 ล้านคน พรรคกล้าธรรมจะชูวิธีการให้คนเหล่านี้พ้นกับดักความยากจน”

ผู้สื่อข่าวถามถึงปัญหาเสียงในสภาปริ่มน้ำ ผู้กองตอบว่า “ในยุครัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็เสียงปริ่มน้ำ ซึ่งผมคุมเสียงในสภาไม่มีปัญหาอะไร ผ่านมาได้ หากพรรคร่วมรัฐบาลสามัคคีและนำตัวเลขมาคุยกัน เชื่อว่าองค์ประชุมจะรอดไปได้ สถานการณ์การเมือง ณ เวลานี้ ผมอยู่วงใน รู้ว่าสถานการณ์การเมืองเอาอยู่หรือไม่เอาอยู่ พรรคร่วมจะต้องคุยกัน เสถียรภาพหรือไม่ มันอยู่ที่พรรคร่วมรัฐบาลจับมือกัน”

อนึ่ง ในการสัมมนาคืนวันที่ 11 ก.ค. ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า วันนี้เรามีคนตั้งแต่ จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา กระบี่ พังงา จ.นราธิวาส เรามีความพร้อมที่สุด ภาคตะวันออก จ.ตราด จันทบุรี ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ขอมอบให้ นายอิทธิ ศิริลัทธยากร อดีต รมช.เกษตรฯ ดูแลภาคตะวันออก เฟ้นหาผู้สมัคร ภาคเหนือตนกำกับดูแลเอง สมัยหน้าตนจะไปลุยกับทุกคน มั่นใจว่าจะนำพรรคกล้าธรรม ในสมัยหน้าเป็นพรรคแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลอย่างแน่นอน

ในการเลือกตั้งครั้งหน้า จ.แม่ฮ่องสอน เราปักหมุดได้เลยว่า 2 เขต จ.พะเยา อีก 3 เขต เป็นของพรรคกล้าธรรม จ.กำแพงเพชร อีก 4 เขต ก็เป็นของเรา จ.ตาก 3 เขตก็เช่นกัน และจะเข้าไปตีที่ จ.เพชรบูรณ์ ด้วย อย่าคิดว่า จ.เพชรบูรณ์ 6 เขต ตนจะตีไม่ได้ จ.ขอนแก่น 8 เขต ก็เป็นของเราอย่างแน่นอน ส่วน จ.นราธิวาส 5 เขต ตนก็เชื่อว่าเป็นของเราอย่างแน่นอน จ.สุราษฎร์ธานี 6 เขต เราปักหมุดเอาทั้ง 6 เขต รวมถึง จ.สงขลา มุกดาหาร กาฬสินธุ์ บึงกาฬ ราชบุรี และสระบุรี รวมถึงโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ เราสามารถปักหมุดได้ในหลายจังหวัด นายไผ่ ลิกค์ เลขาฯ พรรค กล่าวว่า เชื่อว่าได้ สส. ถึง 70 คน

ปัญหาวิวาทะระหว่าง “สส.ไอซ์” รักชนก ศรีนอก สส.กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) กับนายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร เลขาธิการพรรคกล้าธรรม (กธ.) ก็ยังไม่จบ ล่าสุดมีข่าวว่า ชาวบ้านไปร้องที่ศูนย์ประสานงานพรรคประชาชน (ปชน.) จ.กำแพงเพชร หลังจาก สส.ไอซ์ไปร้องเรียนเรื่องการใช้งบประมาณของกำแพงเพชร นายไผ่ กล่าวว่า การจะได้ฝายสักที่ ยังต้องผ่านการหลายขั้นตอน ถนนกำแพงเพชรก็พังและทรุดโทรม ยังมีอีกหลายเรื่อง

“ผมและทีมงานพรรคกล้าธรรมจะปกป้อง ทำให้ประชาชนชาวเกษตรกรจังหวัดกำแพงเพชรและจังหวัดต่างๆ ที่มี สส. มีผู้แทน และผู้สมัคร จะปกป้องให้เต็มที่ไม่ให้โดนตัด ทุกอย่างเราทำภายใต้กฎหมาย น.ส.รักชนก ได้ฟังเสียงสะท้อนในเขตที่เขาดูแลบ้างหรือไม่ นี่เป็นปรากฏการณ์ครั้งแรกที่ สส. คนหนึ่ง มายุ่งกับงบประมาณของ สส. อีกพื้นที่หนึ่ง ไม่เคยเกิดขึ้น ส่วนใหญ่ถ้าตรวจสอบได้ก็ต้องยกขึ้นว่าผิดตรงไหน แต่ไม่ใช่การกล่าวลอยๆ”

ส่วนกรณีงูเห่าภูมิใจไทย ที่โหวตสนับสนุนให้รัฐบาลเลื่อนร่าง พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพลกซ์ออกไป นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายภราดร ปริศนานันทกุล รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ระบุว่า คาดไม่ถึงว่าพรรคภูมิใจไทยจะมีงูเห่า แต่รู้ค่าตัว 8 หลัก ว่า ถือเป็นเรื่องภายในของพรรคภูมิใจไทย

“พรรคเพื่อไทย ยืนยันมาตลอดว่า ไม่มีความจำเป็นต้องหาเสียงสนับสนุนเพิ่ม และพยายามจะทดแทนปริมาณเสียงที่น้อยลงด้วยคุณภาพที่เพิ่มมากขึ้น พรรคการเมืองที่เคยดูดหรือซื้องูเห่าระดับชำนาญการพิเศษในเรื่องนี้ วันนี้กำลังประสบปัญหานั้นเสียเองหรือไม่ จากนี้ไปฝ่ายค้านต้องคิดให้ดีที่จะขอนับองค์ประชุม เพราะนอกจากสภาจะไม่ล่ม เพราะ สส.รัฐบาลทำงานเข้มแข็ง พร้อมรับการนับองค์ประชุมทุกเมื่อ แต่ฝ่ายค้านต้องไปตรวจสอบกันเองว่า จะคุมเสียงโหวตให้ไปในทิศทางเดียวกันตลอดได้อย่างไร ภูมิใจไทยควรตรวจสอบภายในพรรคตัวเองว่าทำไมคุมเสียงไม่ได้”

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ในสมัยหนึ่ง พรรคเพื่อไทยไหลไปพรรคภูมิใจไทยเยอะแยะ เป็นงูเห่าหรืองูเขียว ตอนนี้ สส.พรรคภูมิใจไทยที่มา เป็นงูเห่าหรือเป็นเอกสิทธิ์ของเขา บางคนมองว่า การใช้สิทธิในการลงมติในสภาเป็นเอกสิทธิ์ สส. 3 คนของพรรคภูมิใจไทย เขาอาจมีความคิดว่า สิ่งไหนที่เขาจะทำ ไปบังคับจิตใจเขาไม่ได้ว่าต้องอยู่ด้วยกันตลอดชีวิต จึงใช้เอกสิทธิ์ วันนี้ สส. 3 คน จะไปว่าเขาเป็นงูเห่าทำไม ตอนที่เขาไปพรรคภูมิใจไทย เรียกว่าอะไร อุดมการณ์หรืออย่างไร

“มีตอนที่ สส. หนีไปอยู่ภูมิใจไทยยุคหนึ่ง จำได้หรือไม่ อันนั้นเป็นอุดมการณ์หรือไม่ที่ย้ายไปอยู่พรรคคุณ แล้วพอมาลงคะแนนให้รัฐบาลเป็นงูเห่าหรือ ในฐานะที่เป็นวิปรัฐบาล ผมไม่ทราบด้วยซ้ำว่าชื่ออะไร เชื่อว่า เขามาด้วยเอกสิทธิ์ สส. คนเป็นผู้แทนไปบังคับเขาไม่ได้หรอก เป็นเรื่องเอกสิทธิ์ของผู้แทน 3 คนอาจจะคิด หรืออยากเห็นรัฐบาลไปต่อ ก็เป็นเอกสิทธิ์ของเขาอย่าไปบังคับเขาเลย ผู้แทนไม่ใช่ทาส” นายวิสุทธิ์ กล่าว

เมื่อถามว่า วิปรัฐบาลจะคุมเสียงอย่างไร เพราะขณะนี้ถือว่าเสียงปริ่มน้ำมาก นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า เรายอมรับว่าเป็นสภาที่มีเสียงปริ่มน้ำในข้อเท็จจริง แต่หากทุกคนมาสภาก็ผ่านได้ วันนั้นยอมรับว่า มีรัฐมนตรีบางคนเดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่ต่างประเทศ และมี สส. ประชุมในห้อง กมธ. ต่างๆ ดังนั้น จึงต้องบอกประธานในที่ประชุม อย่างน้อยๆ การจะเรียกคนทั้งหมดลงมาอาจจะใช้เวลาสักครึ่งชั่วโมง ควบคุมได้อยู่ ถ้ารัฐมนตรีทุกคนมาประชุมที่สภา เหตุการณ์อย่างนี้ก็ไม่น่ากังวลอะไร ถ้าทุกคนรับผิดชอบต่อสภา เชื่อมั่นว่าจะฟันฝ่าอุปสรรคเหล่านี้ไปได้ไม่มีปัญหา

ปิดท้ายที่ “หนุ่ม” ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ สส.บัญชีรายชื่อ และรองโฆษกพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านแอปพลิเคชัน X ถึงการที่พรรค ปชน. โจมตีรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายว่า พูดกันใหญ่ว่านโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ของพรรคเพื่อไทย เป็นการเอาภาษีประชาชนมาจ่าย เอื้อนายทุน นโยบายนี้ต้องการทำให้ประชาชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีค่าเดินทางที่ถูกลง ซึ่งจะเกิดประโยชน์หลายมิติ

“รัฐต้องใช้เงินอุดหนุนพร้อมกับสร้างรายได้ใหม่เชิงพาณิชย์ไปพร้อมๆ กัน เพื่อนำรายได้เหล่านั้นมาใช้เป็นแหล่งเงินในการอุดหนุนที่ยั่งยืนต่อไป ซึ่งแนวคิดเรื่องการอุดหนุนที่ฝ่ายค้านป้ายสีว่าเป็นการเอื้อเอกชนนี้ ก็เป็นแนวทางเดียวกันกับนโยบายของอดีตพรรคก้าวไกล ที่เคยหาเสียงว่าจะลดค่าเดินทางให้เหลือ 8-45 บาท โดยกลไกอุดหนุนส่วนต่าง ในวงเงิน 7,000 ล้านบาทเช่นกัน อย่าป้ายสีแนวทางการอุดหนุนว่าเป็นตัวร้าย เพราะมันเป็นกลไกบริหารราชการปกติ แทนที่จะมุ่งวิจารณ์นโยบายพรรคเพื่อไทย ท่านตอบให้ได้ดีกว่า ว่า ถ้าเป็นท่านบริหาร จะลดค่าโดยสารแบบไม่ใช้งบประมาณอุดหนุนอย่างไร หรือพูดชัดๆ ไปเลยว่า ถ้าท่านได้เป็นรัฐบาลจะยกเลิกโครงการนี้ทันทีหรือไม่”

“ทีมข่าวการเมือง”