กระแสการวิ่งเพื่อสุขภาพยังคงฮิตไม่เลิก โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ แต่คุณรู้ไหมว่า การวิ่งในประเทศไทยที่สภาพอากาศร้อนอบอ้าว อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ถ้าไม่ระวังให้ดี!!

อากาศร้อนอบอ้าว ส่งผลโดยตรงต่อการควบคุมอุณหภูมิร่างกาย และสุขภาพหัวใจ เจาะลึกสัญญาณอันตรายที่ต้องรู้! หากวิ่งท้าอากาศร้อน

ศาสตราจารย์ชเวฮโยอิน จากโรงพยาบาลคังบุก ซัมซุง อธิบายว่า “ในสภาพอากาศร้อน หัวใจจะทำงานหนักมาก เพื่อควบคุมอุณหภูมิร่างกาย และรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของการไหลเวียนโลหิต ยิ่งถ้าคุณออกกำลังกายที่ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นอย่างการวิ่ง การเต้นของหัวใจที่เร็วขึ้นกับการสูญเสียน้ำอย่างรวดเร็ว อาจทำให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือ หัวใจเต้นผิดปกติ ที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้”

สัญญาณอันตรายที่เกิดขึ้นตอนวิ่ง ต้องหยุดแล้วรีบไปโรงพยาบาลทันที!

ขณะที่คุณกำลังวิ่งเพลินๆ ในฤดูร้อน หากพบอาการเหล่านี้แม้เพียงอย่างเดียว หรือมีหลายอาการร่วมกัน… จงหยุดทันทีแล้วรีบไปโรงพยาบาลโดยด่วน!

  • หายใจลำบากมากกว่าปกติ: นี่คือสัญญาณเตือนสำคัญของปัญหาหัวใจและหลอดเลือด
  • เจ็บหน้าอก: อาการที่บ่งชี้ว่าหัวใจกำลังมีปัญหาอย่างรุนแรง
  • เหงื่อออกเย็นๆ: เหงื่อที่ผิดปกติ เป็นสัญญาณของร่างกายที่กำลังวิกฤติ
  • คลื่นไส้ และเวียนศีรษะ: อาการร่วมที่บอกว่าร่างกายกำลังผิดปกติอย่างหนัก

อีกหนึ่งสัญญาณอันตรายที่หลายคนมองข้าม!

ศาสตราจารย์ชินซูจอง จากภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัว โรงพยาบาลคังบุก ซัมซุง เตือนว่า

“หากเกิดอาการ เวียนศีรษะ หมดสติ อาเจียน… โดยที่ไม่มีเหงื่อออก… นี่คือสัญญาณอันตรายมาก! อาจเสี่ยงเป็น โรคลมแดด (Heat Stroke) ที่อุณหภูมิร่างกายสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายถาวรต่ออวัยวะสำคัญ เช่น หัวใจ, ปอด, ตับ และสมองได้!”

วิธีวิ่งในหน้าร้อนให้ปลอดภัย!

เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง และให้การวิ่งเป็นการเสริมสร้างสุขภาพจริงๆ ศาสตราจารย์ชินซูจอง มีคำแนะนำดีๆ มาฝาก

  • หากรู้สึกวิงเวียนศีรษะ ให้หยุดออกกำลังกายทันที! ย้ายไปที่ร่มเพื่อคลายความร้อน และรีบไปโรงพยาบาล
  • หลีกเลี่ยงการวิ่งในช่วงที่อากาศร้อนที่สุดของวัน อย่างตอนกลางวันหรือบ่าย
  • ดื่มน้ำและเกลือแร่ให้เพียงพอ ก่อนและหลังออกกำลังกาย
  • สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี เพื่อช่วยลดอุณหภูมิร่างกาย

สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนเริ่มออกกำลังกายเสมอ เพื่อให้ทราบระดับความเข้มข้นที่เหมาะสม และควรใช้เครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจอย่างต่อเนื่องขณะวิ่ง

ที่มา : insight korea, freepik