เมื่อวันที่ 18 เม.ย. นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่า ขบ. ขยายเวลาลงทะเบียน รับเงินช่วยเหลือสำหรับ “กลุ่มขนส่งที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง” (น้ำมันดีเซล หรือเบนซินล้วน) จากเดิมสิ้นสุดวันที่ 19 เม.ย. 2569 เป็นวันที่ 24 เม.ย. 2569 (ไม่เว้นวันหยุดราชการ) ตามข้อสั่งการของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม โดยภายหลังที่เปิดรับลงทะเบียนมาแล้ว 2 วัน (16-17 เม.ย. 69) พบว่า มีผู้ลงทะเบียนเป็นจำนวนมาก โดยเป็นผู้ประกอบการที่มีสิทธิกว่า 26,000 ราย ในขณะที่จำนวนยานพาหนะที่ลงทะเบียนในระบบมีจำนวนรวมกว่า 116,000 คัน (ข้อมูล ณ วันที่ 17 เม.ย. 69) ซึ่งผู้ประสงค์ขอรับสิทธิช่วยเหลือสามารถลงทะเบียนผ่านระบบ “DLT พร้อมซัปพอร์ต” ที่เว็บไซต์ https://tss.dlt.go.th/ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือมาดำเนินการลงทะเบียนขอรับสิทธิได้ ณ อาคาร 3 ชั้น 1 ขบ. หรือสำนักงานขนส่งจังหวัดทุกแห่งทั่วประเทศ

นายสรพงศ์ กล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 16 เม.ย. 2569 ซึ่งเป็นวันแรกที่เปิดให้ลงทะเบียน พบว่า มีผู้ให้ความสนใจ และพยายามเข้ามาลงทะเบียนในระบบเป็นจำนวนมาก โดย ขบ. รับทราบปัญหาในการเข้าสู่ระบบลงทะเบียนทาง Online และได้ทำการปรับปรุงระบบให้มีความเสถียรมากยิ่งขึ้น จึงต้องขออภัยในความไม่สะดวกดังกล่าว พร้อมทั้งได้ขยายระยะเวลาเพื่อให้ผู้มีสิทธิได้มีโอกาสในการเข้ามาลงทะเบียนได้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ขอย้ำว่ามาตรการดังกล่าวเป็นความพยายามในการช่วยเหลือผู้ประกอบการรถโดยสาร และรถบรรทุกขนส่งสินค้าที่ใช้น้ำมันดีเซล หรือเบนซินล้วนก่อน เนื่องจากเป็นผู้ได้รับผลกระทบสูงจากวิกฤติความผันผวนของราคาน้ำมันในช่วงที่ผ่านมา เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถจัดเดินรถทั้งในส่วนของรถโดยสาร และรถขนส่งสินค้าได้อย่างต่อเนื่อง อันจะเป็นการช่วยประคับประคองสภาพเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศให้สามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ในสถานการณ์เช่นนี้

นายสรพงศ์ กล่าวด้วยว่า ในการลงทะเบียนขอรับสิทธิ ผู้สมัครต้องแจ้งข้อมูลบัญชีเงินฝากธนาคารที่ผูกพร้อมเพย์ด้วยเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก (กรณีบุคคลธรรมดา) หรือข้อมูลบัญชีเงินฝากที่ผูกพร้อมเพย์ด้วยเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (กรณีนิติบุคคล) พร้อมแนบเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำเนาใบอนุญาตประกอบการขนส่ง หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล และเอกสารหลักฐานแสดงการรับจ้างขนส่งผู้โดยสาร (ซึ่งเอกสารจะแตกต่างกันไปตามประเภทรถที่ขอรับสิทธิ) โดยการได้รับสิทธิช่วยเหลือจะเป็นไปตามเกณฑ์ที่ ขบ. ประกาศกำหนด ซึ่งจะพิจารณาการจ่ายเงินช่วยเหลือตามสัดส่วนระยะเวลาที่ให้บริการขนส่งจริงหลังจากวันที่ลงทะเบียนสำเร็จ ภายใต้กรอบระยะเวลาดำเนินมาตรการ 42 วัน (ตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย.-31 พ.ค. 2569) ดังนั้น ขบ. จึงขอเชิญชวนให้ผู้ประกอบการมาดำเนินการลงทะเบียน เพื่อรักษาสิทธิในการรับเงินช่วยเหลืออย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่สายด่วนกรมการขนส่งทางบก 1584



