เมื่อวันที่ 21 ก.ค. นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจยึดพื้นที่บุกรุกในพื้นที่ ต.หนองพลับ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งบุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และที่ดินราชพัสดุเนื้อที่เกือบ 4,000 ไร่  ว่า เท่าที่ตนทราบพื้นที่ดังกล่าวออกเอกสารสิทธิ น.ส.3 ตั้งแต่ปี 2521 ผ่านกระบวนการมาจนถึงวันนี้ก็เป็นเวลา 47 ปีแล้ว คิดว่าการตรวจสอบตรงนี้เป็นหน้าที่ของทุกฝ่าย ไม่ใช่หน่วยงานเดียวเพราะว่ามันเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน แต่ในการบูรณาการการดำเนินการตรงนี้ การเข้าจับกุม ก็ต้องมีการพิสูจน์สิทธิกันต่อไป ส่วนของเรา เราก็ยืนยันว่าในส่วนของพื้นที่ที่ดำเนินการอยู่ในพื้นที่เขตป่าไม้เรา ในส่วนของหน่วยงานที่ออกเอกสารสิทธิเขาก็ต้องไปยืนยันว่าทำถูกหรือไม่ ถ้าไม่ถูกก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย

“แต่ผมย้ำว่าเอกสารสิทธิเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 21 เป็นเวลา 47 ปีมาแล้ว ซึ่งปี 21 ยังไม่มีกระทรวงทรัพยากรฯ เลย ดังนั้นก็ต้องไปไล่มาตั้งแต่ตอนนั้นว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้าง ถ้ามันไม่ถูกต้อง เพียงแต่ว่าถ้าเขามีเอกสารสิทธิ กฎหมายเขาก็มีหลักคุ้มครองของเขาอยู่ วันนี้ถ้ามันไม่ถูกต้องก็ต้องไปว่ากันตั้งแต่ต้นตอกระบวนเลย ยกเลิกก็ต้องยกเลิก ใครทำผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาดอยู่แล้ว ไม่มีละเว้นอยู่แล้ว ซึ่งก็ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีไปแล้ว” นายเฉลิมชัย กล่าว

เมื่อถามว่ามีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าการจับนายทุนที่บุกรุกพื้นที่ป่าในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นสาเหตุให้อดีตหัวหน้าอุทยานฯ แก่งกระจานถูกย้ายนั้น นายเฉลิมชัย กล่าวว่า ตนจับให้ติดคุกไปเลย และอยากให้ตรวจสอบย้อนหลังด้วยว่าการดำเนินการที่ผ่านมาใครละเว้นบ้าง เพราะมันมาตั้ง 47 ปีแล้ว ตนให้ทางฝ่ายข้าราชการที่เกี่ยวข้องรายงานขึ้นมาแล้ว ท่านไม่ต้องห่วง ตนให้รายงานเพราะว่าการย้ายระดับนั้นเป็นเรื่องของอธิบดีกรมอุทยานฯ และ  ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 เพชรบุรี ที่จะไปว่ากัน การโยกย้ายข้าราชการมีระเบียบอยู่แล้ว ข้าราชการก็ต้องอยู่ภายใต้กฎระเบียบเหมือนกัน

“ในกรณีที่มีข่าวอย่างนี้  ผมขอร้องว่าอย่าให้เป็นเรื่องว่าเกิดขึ้นในพื้นที่ จ.ประจวบฯ อยู่จังหวัดไหน หรือจ.ประจวบฯ ก็จับให้หมดไปเลย  ไม่เกี่ยวเลย ผมทราบว่าเป็นนายทุนจีนด้วยซ้ำ แล้วมันจะเกี่ยวอะไรกับ จ.ประจวบฯ คนประจวบฯ เขาไม่แฮปปี้หรอกครับ ถ้ามันมีนายทุนจีนแล้วเข้ามาทำผิด ผิดก็ว่าไปตามผิด แล้วเดี๋ยวกรมฯ ก็ต้องรายงานผมมา” นายเฉลิมชัย กล่าว

นายเฉลิมชัย กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามทางกรมอุทยานฯ และ สบอ.3 ได้รายงานขึ้นมาแล้วว่ามันเป็นอย่างไรบ้าง ตนยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรม ซึ่งเขารายงานว่ามันก็มีหลายเรื่อง ตนก็จะเร่งให้ดำเนินการให้รวดเร็วขึ้น ซึ่งต้องดูว่าข้อร้องเรียนเขาเยอะแค่ไหน

เมื่อถามว่าจะมีการมายื่นเรื่องร้องเรียนกรณีโยกย้ายหัวหน้าอุทยานฯ แก่งกระจานที่กรมอุทยานฯ ในวันที่ 22 ก.ค.นี้ นายเฉลิมชัย กล่าวว่า เป็นสิทธิของเขา ตนว่าสิทธิของใคร ใครก็ทำไปเลย แต่ถ้าเกินสิทธิเขาก็ต้องรับผลตรงนั้น ยืนยันว่าตนไม่ปกป้องและให้ความเป็นธรรม เรื่องนี้ก็เช่นเดียวกัน เมื่อผลสอบออกมาอย่างไร ตนก็จะให้ความเป็นธรรมเขา ไม่ต้องห่วง ไม่มีใครอยู่เหนือหลักเกณฑ์ อยู่เหนือระเบียบไปได้

เมื่อถามว่าตัวหัวหน้าอุทยานฯ แก่งกระจานมีเรื่องร้องเรียนหรือไม่ นายเฉลิมชัย กล่าวว่า ตนไม่ทราบ ขอรอรายงานก่อน ตนดูจากข่าวเหมือนกัน แต่เบื้องต้นทราบว่าการย้ายถูกรายงานตามลำดับชั้นขึ้นมา ไม่ได้อยู่ดีๆ สั่งลงไป และมีเหตุมีผลพร้อม ซึ่งจริงๆ แล้วเรื่องนี้ทั้งประเทศมันมีเป็นร้อยเป็นพันคน ตนพูดตรงๆ เลย ตนดูในเรื่องนโยบาย ไม่ได้มีโอกาสไปดูส่วนตัวว่าใครเป็นอย่างไร ถ้าตนต้องไปดูในส่วนนั้นก็ไม่ต้องทำงานในเรื่องนโยบายเลย  เรื่องนี้อธิบดีต้องไปดู ถูกก็ว่าไปตามถูก ผิดท่านก็ต้องรับผิดชอบเท่านั้นเอง  ซึ่งการโยกย้ายครั้งนี้ เป็นไปตามกระบวนการระหว่างที่มีการตรวจสอบกันอยู่  ตนเชื่อว่าไปที่กรมอุทยานฯ พรุ่งนี้ก็ต้องมีคำตอบ แต่ขอให้ทำอะไรที่มันอยู่ในกรอบของกฎหมาย ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย จะเป็นใครก็แล้วแต่

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีต ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ  กรมอุทยานฯ ได้แจ้งกำหนดการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ระบุว่าเรียนเชิญสื่อมวลชนร่วมรับฟัง “การเปิดโปง ขบวนการหัก %” ของกรมอุทยานฯ  เบื้องหลังเรื่องราวคำสั่ง “ย้าย” หัวหน้าอุทยานฯ แก่งกระจาน นายมงคล ไชยภักดี นี่ไม่ใช่แค่คำสั่งปกติ แต่นี่คือ..เบื้องลึกของขบวนการคอรัปชั่น!  ไม่จ่าย = โดนย้าย (อ้างมีเรื่องร้องเรียน…แต่แท้จริงคือปฏิเสธจ่ายใต้โต๊ะ!) เรื่องจริงหรือไม่? ขบวนการนี้ใหญ่แค่ไหน? ใครอยู่เบื้องหลัง?  เตรียมเปิดข้อมูลเต็ม! วันอังคารที่ 22 ก.ค. 2568 เวลา 10:00 น. ใต้อาคารสืบนาคะเสถียร กรมอุทยานฯ ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร พรุ่งนี้เจอกัน!!