ที่ จ.อุทัยธานี สถานการณ์น้ำที่เพิ่มขึ้นในแม่น้ำสะแกกรัง ที่ไหลพาดผ่าน อ.เมืองอุทัยธานี  ได้ส่งผลดี ทำให้ทัศนียภาพของชุมชนชาวแพในแม่น้ำสะแกกรัง ซึ่งจอดเรียงรายบริเวณสะพานข้ามไปวัดอุโปสถารามหรือวัดโบสถ์ ยาวตลอดแนวตลิ่งทั้งสองฟากฝั่ง มีความสวยสดงดงาม เป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะบ่งบอกวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่ เรียบง่ายแล้ว ยังมีความเป็นอยู่แบบพอเพียง อีกด้วย           

นอกจากนี้บริเวณริมตลิ่ง ยังมีแมกไม้น้อยใหญ่และป่าไผ่ ที่เขียวขจี ยาวตลอดแนวคุ้งน้ำ เป็นภาพที่สวยสดงดงามยิ่งนัก ในขณะที่ชาวแพ จะมีอาชีพเลี้ยงปลากระชัง โดยเฉพาะปลาแรด ซึ่งเป็นปลาเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดฯและมีชื่อเสียงในด้านรสชาติ เนื้ออ่อนนุ่ม ไม่เหม็นกลิ่นโคลนตม ชนิดที่เรียกว่า ใครมาเยือนอุทัยธานีแล้ว หากไม่ได้รับประทานปลาแรด เปรียบเสมือนไม่ได้มา เลยทีเดียว สำหรับเรือแพ ในแม่น้ำสะแกกรัง แห่งนี้ เป็นแห่งสุดท้ายของประเทศที่ยังคงอยู่  

สำหรับชุมชนชาวแพสะแกกรังแห่งนี้ ได้รับการประกาศให้ เป็น 1 ใน 100 แหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของโลก ประจำปี 2024  ทั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากการที่จังหวัดอุทัยธานี ร่วมกับ เทศบาลเมืองอุทัยธานี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ส่งชุมชน “เมืองเก่าอุทัยธานี” เข้าร่วมประกวดรางวัล Top100 Green Destinations ในชื่อ “Uthai Thani Old Town” ตามเกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนระดับสากล (Global Sustainable Tourism Criteria: GSTC) และได้นำเสนอเรื่องราวของ “ชุมชนชาวแพแห่งสุดท้ายของประเทศไทย” ที่อยู่ในพื้นที่ “เมืองเก่าอุทัยธานี” อำเภอเมืองอุทัยธานี  เข้าประกวด กระทั่งได้รับรางวัล ดังกล่าว

ชุมชนชาวแพ แห่งนี้ มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เป็นชุมชนเล็ก ๆ ที่ได้ซุกซ่อนความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ วัฒนธรรม และเสน่ห์ของวิถีชีวิตอันสงบเงียบเอาไว้  ผู้คน เต็มเปี่ยมไปด้วยน้ำใจ  เป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดผู้คนได้มาสัมผัส

นักท่องเที่ยวที่ต้องการมาชมทัศนียภาพวิถีชีวิตชุมชนชาวแพ ในแม่น้ำสะแกรัง  หากมีเวลาจำกัดสามารถขึ้นไปชมภาพมุมสูงของชุมชนชาวแพ ได้บนสะพานข้ามไปวัดอุโปสถารามหรือโบสถ์ ได้ ซึ่งทางเดินขึ้นสะพานอยู่บริเวณตลาดเช้าริมแม่น้ำสะแกกรัง อ.เมืองฯ จะเห็นภาพเรือนแพจอดเรียงรายที่สวยสดงดงาม ในยามเช้า  ถ่ายภาพที่ระลึกเสร็จแล้ว เดินอีกนิดเดียวไปศึกษาเรียนรู้ภาพจิตกรรมฝาผนังที่วัดโบสถ์ ที่มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน ส่วนนักท่องเที่ยวที่มาเป็นหมู่คณะ ต้องการสัมผัสวิถีชุมชนชาวแพ อย่างใกล้ชิด ก็ต้องขึ้นเรือท่องเที่ยวทางน้ำ ซึ่งภาคเอกชนมีเรือขนาดใหญ่ ไว้บริการพาท่องเที่ยวชมได้อย่างจุใจ